หลังตัดสินคดีเสร็จสิ้น ผู้คนที่มามุงดูอยู่ในศาลาก็ทยอยแยกย้ายกันไปพลางพูดคุยกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ
หลินซื่อไห่ซึ่งเป็นทั้งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ประจำตำบล รีบเข้าไปหาท่านเจ้าหน้าที่หม่าที่ยังอยู่ในที่ว่าการอำเภอ
แล้วแจ้งจุดประสงค์ที่มาของตน
ไม่นาน ท่านเจ้าหน้าที่หม่าก็ประทับตราลงบนสัญญาซื้อขายที่ดินและบ้านสองฉบับซึ่งผู้ใหญ่บ้านนำมาให้
จากนั้นก็รับเงินและลงทะเบียนเรียบร้อย
ฉบับหนึ่งเก็บไว้เป็นหลักฐานที่ที่ว่าการอำเภอ
ส่วนอีกฉบับส่งให้ผู้ใหญ่บ้านหลินซื่อไห่นำกลับไปมอบให้คนบ้านสามตระกูลหลิน
ชื่อที่เขียนอยู่ในเอกสารซื้อขายที่นาและบ้าน ย่อมเป็นชื่อหลินเฉิงเฟิง บิดาของหลินเยวี่ยอวิ๋น
จากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็ถือเอกสารที่ประทับตราเรียบร้อยแล้ว ยิ้มพลางเดินออกจากที่ว่าการอำเภอไปโดยตรง
ขณะนั้น เหยาซื่อกับบุตรสาวยังยืนรอผู้ใหญ่บ้านอยู่ตรงหน้าประตูที่ว่าการอำเภอ
ชาวบ้านคนอื่น ๆ ที่มาด้วยกันก็ทักทายเหยาซื่อก่อน
แล้วพากันถอยห่างจากสองแม่ลูกไปอีกหน่อย
จากนั้นก็ยืนคุยกันเรื่องตระกูลซุนกับตระกูลหลิวอยู่ข้าง ๆ
ชาวบ้านทั้งหลายตามเฒ่าหลิวจากหมู่บ้านข้างเคียงไปยังที่จอดเกวียน เพื่อรอผู้ใหญ่บ้านแล้วค่อยกลับพร้อมกัน
ส่วนเรื่องตระกูลซุนนั้น บ้างก็เห็นใจ บ้างก็รังเกียจสองแม่ลูกตระกูลซุน
ผู้ใหญ่บ้านหลินซื่อไห่รีบนำเอกสารส่งให้เหยาซื่อกับบุตรสาวต่อหน้า
หลินเยวี่ยอวิ๋นกับเหยาซื่อต่างกล่าวขอบคุณผู้ใหญ่บ้าน ก่อนจะบอกให้ท่านผู้ใหญ่กลับไปก่อนได้เลย
พวกนางอยากอยู่ด้วยกันอีกสักพัก เดี๋ยวค่อยเรียกรถกลับหมู่บ้านเอง
ผู้ใหญ่บ้านจึงไม่พูดอะไรให้มากความ
ทักทายสองแม่ลูกเหยาซื่อแล้วก็จากไป
ระหว่างที่รออยู่หน้าที่ว่าการอำเภอราวหนึ่งถ้วยชา
