ระหว่างนั้น ผู้ใหญ่บ้านมองตาเฒ่าหลินด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แล้วเอ่ยว่า
“ข้าบอกแล้วอย่างไร ตาเฒ่าหลิน! ไยต้องทำถึงเพียงนี้ด้วยเล่า!”
“หากไม่ได้จริง ๆ พวกเราจะส่งคนชั่วผู้นี้ไปที่ว่าการอำเภอ หรือไม่ก็พาไปส่งให้เจ้าหน้าที่ที่ตำบลก็ได้”
ตาเฒ่าหลินถลึงตามองผู้ใหญ่บ้าน สีหน้าหม่นลง ก่อนกล่าวว่า
“ผู้ใหญ่บ้านมีงานรัดตัว เรื่องนี้ไม่ต้องรบกวนให้ผู้ใหญ่บ้านหม่าต้องไปด้วยหรอก ฮึ!”
หยางซื่อรีบหยิบเงินแล้ววิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา
เมื่อเห็นตาเฒ่าหลินพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต หยางซื่อก็ส่งเงิน 3 ตำลึงทั้งหมดให้หลินเยวี่ยอวิ๋นด้วยสีหน้าไม่เต็มใจ
ตอนส่งเงิน นางยังคิดจะหักเหรียญทองแดงไว้สัก 20-30 เหวิน ไม่ยอมให้หลินเยวี่ยอวิ๋น แต่กลับถูกหลินเยวี่ยอวิ๋นถลึงตาใส่ พร้อมส่งเสียงว่า “หืม...?”
หยางซื่อจึงรีบส่งเหรียญทองแดงที่เหลือทั้งหมดให้หลินเยวี่ยอวิ๋นอย่างว่าง่าย
หยางซื่อเจ็บปวดใจแทบขาด!
หลังรับเงินมาแล้ว หลินเยวี่ยอวิ๋นก็นับคร่าว ๆ ต่อหน้าทุกคน จากนั้นชั่งน้ำหนักเงินในมือ
นางเก็บเงิน 2 ตำลึงใส่กระเป๋าเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ ส่วนเงินอีก 1 ตำลึงยื่นให้ผู้ใหญ่บ้านต่อหน้าทุกคน แล้วกล่าวว่า
“ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน! ท่านลุงทุกท่าน! ขอบคุณที่คืนนี้ยื่นมือมาช่วยจับโจรให้ข้านะเจ้าคะ”
“เงิน 1 ตำลึงนี้ พวกท่านเอาไปแบ่งกันเถิดเจ้าค่ะ!”
หลินเยวี่ยอวิ๋นมองผู้ใหญ่บ้านอย่างจริงจัง แล้วกล่าวต่อว่า
“รบกวนท่านปู่ผู้ใหญ่บ้านช่วยแบ่งเงินก้อนนี้ให้ท่านลุงทุกคนที่มาช่วยข้าจับโจรคืนนี้ด้วยนะเจ้าคะ แบ่งให้เท่า ๆ กัน”
“ถือเสียว่าเป็นค่าตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยที่พวกท่านต้องลำบากมาครั้งนี้เจ้าค่ะ”
เมื่อทุกคนได้ยิน ต่างก็รีบบอกว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่กล้ารับเงิน
ทำเอาตาเฒ่าหลินโกรธแทบตาย
แต่คนที่หลินเยวี่ยอวิ๋นเรียกมาช่วยกลับมองนางด้วยความยินดี ราวกับยังอยากยืนยันให้แน่ใจว่านางจะแบ่งเงินให้พวกเขาจริง ๆ หรือไม่
