หลินเยวี่ยอวิ๋นเริ่มเก็บข้าวของและจัดสัมภาระจากในบ้านออกมาข้างนอก ของที่พี่น้องทั้งสามมีอยู่ไม่มากนัก ไม่นานก็จัดการเสร็จ
จากนั้นนางก็หยิบตะกร้าสะพายหลังใบใหญ่สองใบมาใส่ของที่ห่อไว้ แบกใบหนึ่งไว้กับตัว อีกใบให้สองพี่น้องช่วยถือ ก่อนพากันไปยังบ้านเช่าหลังใหม่ตรงเชิงเขาท้ายหมู่บ้านอีกครั้ง ตอนนั้นใกล้ยามเหม่าเต็มทีแล้ว ทว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้นางตะลึงไปเลย!
ใช้เวลาไม่ถึงสองก้านธูปด้วยซ้ำ ลานบ้านทั้งลานก็เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ ดูราวกับเป็นบ้านที่คนอยู่อาศัยได้แล้ว
หลินเยวี่ยอวิ๋นอดคิดในใจไม่ได้ว่า “เงิน 200 เหวินที่จ่ายไปคุ้มจริง ๆ!”
หลังคามุงจากได้รับการเปลี่ยนเป็นหญ้าคาใหม่ทั้งหมด แม้แต่กำแพงลานที่พังลงมา ลูกชายผู้ใหญ่บ้านก็ไปตัดตอไม้ใหญ่หลายท่อนมา ใช้กระดานไม้ที่ไม่รู้ขนมาจากไหนตอกปิดล้อมไว้เรียบร้อย
ทั้งในบ้านและนอกบ้านสะอาดเอี่ยม แม้แต่วัชพืชในลานก็ถูกถอนจนเกลี้ยง ประตูรั้วที่ใกล้จะพังยังได้รับการซ่อมด้วยกระดานไม้หลายแผ่น มองแล้วดูเป็นบ้านเป็นช่องขึ้นมาไม่น้อย!
เมื่อเห็นรถเข็นสองล้อกับอ่างไม้ใบใหญ่สองใบและถังไม้สองใบที่ท่านปู่รองทำไว้ให้ หลินเยวี่ยอวิ๋นก็เดินเข้าไปลูบคลำดูทีละชิ้น พอใจเป็นอย่างมาก!
จากนั้นนางก็นำเสื้อผ้า ผ้าห่ม และข้าวของอื่น ๆ ที่ขนมาจากบ้านเก่าไปเก็บไว้ในห้องปีกตะวันตกทั้งหมด
แล้วเข็นรถออกจากลาน พาน้องชายกับน้องสาวกลับไปยังเรือนสามที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่ในบ้านเก่าตระกูลหลิน ข้าวของที่จัดเก็บและห่อไว้แล้วแต่ยังขนออกมาไม่หมดในคราวเดียว ล้วนถูกนำขึ้นรถเข็นจนหมด
