หันไปถามช่างตีเหล็กว่า
“ท่านลุง ขอถามหน่อย หม้อเหล็กใบนี้ราคาเท่าไรเจ้าคะ?!”
ช่างตีเหล็กได้ยินดังนั้นก็เหลือบมอง ก่อนรีบตอบว่า
“แม่นาง หม้อเหล็กใบนี้ราคา 2 ตำลึงเงินต่อใบ แถมฝาหม้อให้หนึ่งใบ ต่อรองราคาไม่ได้”
“แม่นางจะซื้อหรือไม่?”
ช่างตีเหล็กยิ้มพลางบอกราคากับหลินเยวี่ยอวิ๋น
“อืม ข้าซื้อเจ้าค่ะ”
หลินเยวี่ยอวิ๋นได้รู้จากช่างตีเหล็กด้วยว่า การซื้อหม้อเหล็กในราชวงศ์นี้ต้องลงทะเบียนด้วย
ยังดีที่ทะเบียนบ้านของครอบครัวติดตัวอยู่ในมิติ หยิบออกมาใช้ได้ทุกเมื่อ
หลินเยวี่ยอวิ๋นล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ ทำทีเหมือนควานหา แต่แท้จริงแล้วหยิบเอกสารทะเบียนบ้านกับเงินก้อน 2 ตำลึงออกมาจากมิติ แล้วยื่นให้ช่างตีเหล็กพลางกล่าวว่า
“ท่านลุง นี่คือทะเบียนบ้านของครอบครัวข้ากับเงินค่าหม้อเหล็กใบนี้ ท่านรับไว้ แล้วช่วยลงทะเบียนการซื้อให้ข้าด้วยนะเจ้าคะ?!”
ช่างตีเหล็กเห็นแม่นางผู้นี้จ่ายเงินคล่องแคล่ว ไม่เหมือนสตรีบางคนที่ซื้อหม้อใบเดียวยังอิดออดอยู่นาน
ช่างตีเหล็กจัดการลงทะเบียนซื้อให้หลินเยวี่ยอวิ๋นเรียบร้อย แล้วใช้เชือกฟางร้อยหูหม้อไว้ให้ ยกหิ้วไปได้เลย ทั้งยังไม่เปื้อนมือด้วย
จากนั้นหลินเยวี่ยอวิ๋นก็ซื้อมีดทำครัวหนึ่งเล่ม จอบด้ามสั้นทำจากเหล็กทั้งอันสำหรับขุดสมุนไพรหนึ่งเล่ม มีดฟืนอีกหนึ่งเล่ม และขวานสำหรับผ่าฟืนอีกหนึ่งด้าม รวมแล้วจ่ายไปอีก 6 ตำลึงเงิน
ต่อมา หลินเยวี่ยอวิ๋นสะดุดตากับมีดสั้นเล่มหนึ่ง ด้ามสีดำคล้ำ ใบมีดคมกริบ และทำจากเหล็กทั้งเล่ม
ด้ามมีดสลักลายเมฆมงคลงดงามหลายกลุ่ม ทั้งสองด้านของใบมีดก็สลักลายเมฆมงคลไว้ด้านละลาย เป็นลวดลายที่นางชอบพอดี
มีดสั้นเล่มนี้ราคา 5 ตำลึงเงินเชียวหรือ?!
ถึงอย่างนั้นหลินเยวี่ยอวิ๋นก็ยังตัดใจซื้อมา
นอกจากนี้ หลินเยวี่ยอวิ๋นยังขอยืมกระดาษกับพู่กันจากช่างตีเหล็ก แล้ววาดแบบตะขอเหล็กสำหรับแขวนเสื้อผ้าขนาดเท่าของจริงไว้ชุดหนึ่ง
