รุ่งเช้าวันถัดมา จิ่นเฉินถูก 0731 ปลุกตั้งแต่เช้าตรู่
【โฮสต์ แย่แล้ว! ตัวร้ายผู้น่าสงสารถูกนายเอกฝ่ายรับรังแกแล้ว!】
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับภารกิจ 0731 จึงไม่มีเวลามัวกลัวอีกต่อไป
จิ่นเฉินค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง ประกายในดวงตาเริ่มเย็นเยียบ
นายเอกฝ่ายรับคนนี้เป็นอะไรของเขา ถึงได้มาหาเรื่องกันแต่เช้าตรู่ เมื่อคืนเพิ่งทายาให้จี้เยี่ยนไปเอง ตอนนี้ควรพักฟื้นเงียบ ๆ แท้ ๆ
เขาเพิ่งเดินมาถึงหน้าห้องของจี้เยี่ยน ก็ได้ยินเสียงเอะอะจากข้างใน
“ยังกล้าทายาให้อีกเหรอ เมื่อก่อนอยู่บ้านก็เอาแต่ก้มหน้ารับความอัปยศ พอมาที่นี่กลับคิดว่าตัวเองเป็นคุณชายขึ้นมาจริง ๆ หรือไง?”
น้ำเสียงของจี้อวี่ไม่หวานหยดย้อยเหมือนเมื่อคืนอีกต่อไป กลับแหลมสูงจนบาดหู
“ฉันเตือนแกไว้เลย ถ้าเจียมตัวเป็นใบ้ต่อไป แกก็จะมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นหน่อย แต่ถ้าพูดอะไรที่ไม่ควรพูด ก็เตรียมตัวรับกรรมได้เลย!”
“อะไรที่ไม่ควรพูด ลองพูดให้ฉันฟังหน่อยสิ?”
น้ำเสียงเย็นชาของจิ่นเฉินขัดจังหวะคำด่าทอของอีกฝ่าย
คนทั้งสองในห้องต่างสะดุ้ง จี้อวี่รีบเอามือที่กำลังจะฟาดลงไปซ่อนไว้ด้านหลัง
จิ่นเฉินเดินเข้าไป สิ่งแรกที่เขามองคือเด็กหนุ่มบนเตียงซึ่งก้มหน้าอยู่ บนแขนมีรอยแผลเพิ่มขึ้นมาอีกหลายรอยจริง ๆ
เขาขมวดคิ้ว ไม่แม้แต่จะเหลือบมองจี้อวี่ที่เปลี่ยนสีหน้าเป็นน่าสงสารในพริบตา ก่อนเดินไปข้างเตียง
สายตาของทั้งคู่ประสานกันชั่วขณะ จี้เยี่ยนเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีไปก่อน ท่าทางตื่นตระหนกเล็กน้อย
“เดี๋ยวฉันทายาให้”
หลังจัดผ้าห่มให้เด็กหนุ่มอีกครั้ง เขาจึงค่อยหันไปมองจี้อวี่ด้วยสายตาเย็นชา
“ใครอนุญาตให้เข้ามา?”
จี้เยี่ยนมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยืนขวางอยู่ตรงหน้า ประกายในดวงตาคู่งามสั่นไหวด้วยความรู้สึกบางอย่าง คล้ายกำลังสงสัย
จี้อวี่ยิ่งไม่อยากเชื่อ
เขากัดริมฝีปาก เอ่ยตัดพ้อด้วยเสียงสั่นเครือ
“พี่เฉินดุผมทำไม ทั้งที่พี่เป็นคนอนุญาตเอง! พี่บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าผมเข้ามาได้ทุกเมื่อ!”
นั่นมันเจ้าของร่างเดิมตาถั่วต่างหาก
จิ่นเฉินไม่คิดจะแบกรับความผิดนี้ไว้ เขามองจี้อวี่ด้วยแววตาไร้ความอบอุ่น
“แล้วฉันอนุญาตให้แกทำร้ายจี้เยี่ยนด้วยหรือไง?”
จี้อวี่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ จิ่นเฉินก็ปกป้องไอ้ทึ่มนี่ขึ้นมา ทั้งที่คนที่เขาชอบไม่ใช่ตัวเองหรอกหรือ?
หรือว่าเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นเร็วขนาดนี้แล้ว?
เมื่อนึกถึงแผนของตัวเอง จี้อวี่ก็กำหมัดแน่น เขาไม่มีวันยอมให้จี้เยี่ยนแย่งความรักที่เป็นของเขาไป ไม่ว่าใครก็ไม่ได้ทั้งนั้น!
เขาปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง พยายามจะคว้ามือจิ่นเฉินไว้
“พี่เฉิน ผมรู้ว่าพี่โกรธผม ต่อไปเวลาผมมา ผมจะไปหาพี่ก่อนเป็นคนแรก ดีไหมครับ?”
จิ่นเฉินตอบเสียงเย็นจัด “อย่าแตะต้องฉัน”
จี้อวี่ทำอะไรไม่ถูก น้ำตาร่วงลงมาทันที ดวงตาแดงก่ำพลางส่ายหน้า
“พี่เฉินเปลี่ยนไปแล้ว พี่โดนจี้เยี่ยนหลอกเหมือนคนอื่น ๆ ใช่ไหม ทำไมพี่ถึงทำกับผมแบบนี้…”
จิ่นเฉินไม่ตอบ เขาถาม 0731 ในใจ
【แผนกช่วยเหลือของพวกนายมีกฎห้ามหลุดบทบาทหรือเปล่า?】
【แตกต่างจากเดิมบ้างได้ค่ะ ขอแค่อย่าหลุดมากเกินไป เดี๋ยวฉันจะเตือนโฮสต์เอง】
ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา
เขายกมุมปากเยาะหยัน น้ำเสียงคมกริบ
“ตอนนี้คนที่ฉันเลี้ยงไว้ที่บ้านคือจี้เยี่ยน แกนี่ไม่รู้จักอายเลยจริง ๆ”
“หรือว่า…ตอนนี้แกไม่ชอบเพื่อนที่โตมาด้วยกันคนนั้นแล้ว?”
เมื่อสบตาจิ่นเฉิน จี้อวี่ก็ใจหายวาบ ราวกับอีกฝ่ายมองทะลุทุกอย่าง
เขากะพริบตาถี่ ๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว
“พี่เฉิน คุณพ่อบอกให้พี่กับพี่ชายกลับบ้านไปกินมื้อเที่ยง”
“ไม่ต้อง บ้านฉันมีข้าวกิน”
จิ่นเฉินไม่สนใจเขาอีก นั่งลงข้างเตียงแล้วทายาให้จี้เยี่ยนต่ออย่างตั้งใจ การเคลื่อนไหวอ่อนโยนถึงที่สุด
จี้เยี่ยนเหม่อมองมือของชายหนุ่ม ในใจก็รู้สึกสงบลงอย่างไม่มีเหตุผล
คนคนนี้…ดูเหมือนจะไม่เหมือนเมื่อก่อน
ไม่มีสายตาและท่าทางที่ชวนให้หวาดกลัวอีกแล้ว
ยังปกป้องเขาด้วย
ไม่เคยมีใครปกป้องเขาแบบนี้มาก่อน
แต่…
เด็กหนุ่มคล้ายคิดอะไรขึ้นมาได้ จึงก้มหน้าลงอย่างเหม่อลอย
บรรยากาศระหว่างทั้งสองชื่นมื่น แต่จี้อวี่แทบจะโมโหจนกระอักเลือด
เขากัดริมฝีปาก ก่อนหยิบไพ่ตายออกมา
“คุณพ่อบอกว่า คราวนี้พี่ชายกลับบ้าน จะคืนของที่ระลึกของแม่ให้พี่ชาย”
มือของจิ่นเฉินชะงัก เขาเงยหน้ามองดวงตาของจี้เยี่ยน
เป็นอย่างที่คิด พอได้ยินคำว่า ‘ของที่ระลึกของแม่’ แววตาของเด็กหนุ่มก็สว่างขึ้นไม่น้อย
จี้เยี่ยนรวบรวมความกล้า คว้าชายแขนเสื้อของชายหนุ่มไว้ ดวงตาจับจ้องจิ่นเฉินไม่กะพริบ ใสสะอาดบริสุทธิ์ราวกับลูกกวาง
“…ไป”
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูดกับจิ่นเฉิน
น้ำเสียงแหบพร่าเพราะไม่ได้พูดมานาน แต่ก็ยังนุ่มใสชวนฟัง
หัวใจของจิ่นเฉินอ่อนยวบลงโดยไม่มีสาเหตุ เขาลูบผมนุ่มฟูของเด็กหนุ่มอย่างอารมณ์ดี
“ได้ พาไป”
เมื่อทายาใกล้เสร็จแล้ว เขาก็หยิบเสื้อผ้าจากตู้มายื่นให้จี้เยี่ยน “ให้ฉันช่วยไหม?”
จี้เยี่ยนรีบส่ายหน้า รับเสื้อผ้ามา แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ของชายหนุ่ม
เมื่อเห็นทั้งสองมีปฏิสัมพันธ์กัน จี้อวี่แทบจะกัดฟันจนแตก ความอิจฉาในใจกำลังจะทะลักออกมา
แต่ต่อหน้าจิ่นเฉิน เขายังต้องแสร้งทำเป็นว่าง่าย
เขาเอียงหน้าเล็กน้อย จ้องจี้เยี่ยนเขม็ง
ไอ้ทึ่มเอ๊ย กล้าแย่งความรักของเขาไปงั้นหรือ
คอยดูเถอะ!
——
เพื่อของที่ระลึกของแม่ จี้เยี่ยนพยายามอย่างหนักที่จะเอาชนะความกลัวโลกภายนอก ก่อนขึ้นไปนั่งเบาะหลังในรถ
เพียงแต่ใบหน้าซีดลงเรื่อย ๆ มือทั้งสองกำชายเสื้อแน่น จ้องปลายรองเท้าตัวเอง ไม่กล้าเงยหน้ามองแม้แต่นิดเดียว
จี้อวี่ก็อยากขึ้นรถไปด้วย แต่ถูกจิ่นเฉินขวางไว้
“เมื่อเช้าเดินมาหรือไง?”
จี้อวี่งุนงง “เปล่าครับ มีอะไรหรือพี่เฉิน?”
“ถ้าอย่างนั้นก็กลับไปนั่งรถบ้านตัวเอง จะวิ่งมาที่นี่ทำไม”
จิ่นเฉินทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนปิดประตูรถ
“ผม…”
จี้อวี่กัดริมฝีปากแน่น ความขุ่นเคืองในใจเพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ แค่คืนเดียว จิ่นเฉินก็เปลี่ยนใจเร็วเกินไปแล้ว!
รถค่อย ๆ ออกตัว คนขับเลื่อนฉากกั้นขึ้นเองโดยไม่รบกวนทั้งสองคน
จิ่นเฉินมองเด็กหนุ่มว่าง่ายที่นั่งก้มหน้าอยู่ข้างกาย พลางนึกถึงค่าความมืดมนที่เพิ่มขึ้นเป็น 40 กับใบมีดที่ซ่อนอยู่ใต้หมอน เขายิ้มน้อย ๆ โดยไม่เอ่ยอะไร
เป็นเด็กที่น่าสนใจดี
จี้เยี่ยนได้ยินเสียงหัวเราะก็สงสัย เขาลังเลอยู่นานก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้ามองจิ่นเฉิน
สายตาของเขาถูกจิ่นเฉินจับได้พอดี ทั้งสองจึงสบตากันอีกครั้ง
เขาเคยอยู่ใกล้ชายหนุ่มขนาดนี้มาก่อนแล้ว แต่หลายวันก่อนล้วนเป็นช่วงที่ถูกทำร้าย จึงไม่เคยสังเกตหน้าตาของอีกฝ่ายเลย
วันนี้ถึงเพิ่งรู้ว่าชายคนนี้หน้าตาดีมาก โดยเฉพาะดวงตา ทำให้เขาอยากหยิบพู่กันขึ้นมาวาดภาพ…
“กำลังคิดอะไรอยู่?”
เห็นจี้เยี่ยนมองตัวเองจนเหม่อ จิ่นเฉินก็ยิ้มพลางบีบแก้มเขาเบา ๆ ดวงตาหางตาเฉี่ยวคู่นั้นดูราวกับเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก
ใบหน้าของเด็กหนุ่มแดงเรื่อขึ้นทันที ลามจากแก้มไปถึงใบหู
เขาเบือนหน้าหนี ไม่รู้เพราะอะไร จู่ ๆ หัวใจก็เริ่มเต้นแรงขึ้นมา
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้น แม้แต่จิ่นเฉินผู้ครองโสดมานานก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล แต่เขาไม่แสดงออก เพียงกระแอมสองครั้ง
【โฮสต์ ก่อนหน้านี้ตอนอยู่แผนกพลิกชะตา คุณไม่เคยมีความรักเลยเหรอคะ?】
0731 ซึ่งเฝ้าสังเกตทั้งสองคนอยู่ถามขึ้นมาอย่างฉับพลัน เมื่อได้อยู่ด้วยกันไปเรื่อย ๆ ความกลัวที่มีต่อจิ่นเฉินก็ลดน้อยลงมาก
【ต้องมีความรักอะไรด้วย ตอนช่วยเจ้าของร่างเดิมพลิกชะตา ฉันว่างมากหรือไง】
ก็จริง 0731 คิด ในหน่วยงานทะลุมิติ สถานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะความรักอันดับหนึ่งมีเพียงแผนกช่วยเหลือกับแผนกพิชิตใจ
ตลอดทางทั้งสองแทบไม่ได้พูดคุยกัน แต่บรรยากาศกลับอบอุ่นพอดี จี้เยี่ยนเองก็แทบไม่รู้สึกกระวนกระวายอีกเลย
ทว่าเมื่อรถแล่นผ่านประตูใหญ่ของตระกูลจี้ อาการของจี้เยี่ยนก็เริ่มผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด
