ภายในห้อง จี้เยี่ยนนั่งขดตัวอยู่บนเตียง หยิบสิ่งของในกล่องไม้ออกมาทีละชิ้น แต่ละชิ้นล้วนเป็นความทรงจำระหว่างเขากับแม่
ยังดีที่ตระกูลจี้ไม่ใส่ใจของไร้ราคาเหล่านี้เลย เขาจึงได้กลับมาครอบครองความทรงจำแสนงดงามเหล่านี้อีกครั้ง หลังผ่านไปหลายปี
เขาวางสิ่งของทั้งหมดลงบนเตียง ราวกับแผงขายของที่มีของสวยงามที่สุดในโลกวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด
นกกระเรียนกระดาษที่พับกับแม่ ตุ๊กตางานประดิษฐ์ที่ช่วยกันทำ ของเล่นสักหลาดที่แม่ทำให้ ผ้าพันคอที่เคยสวมตอนเด็ก และความทรงจำเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกมากมาย
จี้เยี่ยนรวบของเหล่านั้นมาไว้ในอ้อมแขน ค่อย ๆ หลับตาลง ราวกับแม่ยังอยู่ข้างกาย
ผ่านไปเนิ่นนาน เสียงสะอื้นแผ่วเบาก็ดังขึ้นในห้อง
อาหลิวที่กำลังจะถือถ้วยซุปรังนกเห็ดหูหนูขาวเข้ามาได้ยินเสียงนั้น จึงชะงักมือที่กำลังจะเคาะประตู เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหมุนตัวกลับไปยังห้องหนังสือ
ครึ่งชั่วยามต่อมา จิ่นเฉินเคาะประตูห้อง
“จี้เยี่ยน ผมเข้าไปนะ”
ด้านในไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ แม้แต่เสียงร้องไห้ที่อาหลิวเพิ่งบอกเมื่อครู่ก็เงียบหายไปแล้ว
จิ่นเฉินพลันใจหายวาบ จึงบิดลูกบิดเปิดประตูเข้าไปทันที
เด็กหนุ่มกอดสิ่งของกองหนึ่งไว้ในอ้อมแขน เอนหลังพิงหัวเตียง มือถือกว่างกระดาษไว้ตัวหนึ่ง ดวงตาว่างเปล่าและเศร้าสร้อย
เมื่อรู้ว่ามีคนเข้ามา จี้เยี่ยนก็เพียงเหลือบมองจิ่นเฉินอย่างเฉยชา แววตาไร้อารมณ์ใด ๆ ราวกับยังไม่ได้สติกลับคืนมา
“เฮ้อ...”
จิ่นเฉินถอนหายใจ ความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนผุดขึ้นในใจ
เพิ่งเข้ามาในโลกภารกิจได้แค่สองวัน เป้าหมายในภารกิจก็สามารถควบคุมอารมณ์ของเขาได้อย่างง่ายดาย นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย
แต่แค่เห็นจี้เยี่ยนไม่มีความสุข เขาก็รู้สึกราวกับกำลังทุกข์ไปด้วย ช่างน่าประหลาด แถมยังควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่างหาก
เขาสลัดความคิดออกไป แล้วนั่งลงข้างจี้เยี่ยน “นกกระเรียนกระดาษตัวนี้แม่ของคุณพับให้หรือ?”
ในที่สุดจี้เยี่ยนก็มีปฏิกิริยาขึ้นมาบ้าง นิ้วที่จับนกกระเรียนกระดาษกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย เขาพยักหน้าเบา ๆ แล้วส่ายหน้าอีกครั้ง
จิ่นเฉินเข้าใจความหมายของเขา “คุณกับแม่ช่วยกันพับตัวนี้หรือ?”
แววตาของเด็กหนุ่มสว่างขึ้นเล็กน้อย คล้ายไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการสื่อ
“ผมยังพับนกกระเรียนกระดาษไม่เป็นเลย” จิ่นเฉินผ่อนน้ำเสียงให้นุ่มนวลอย่างที่สุด “สอนผมหน่อยได้ไหม?”
จากนั้นเขาก็เห็นแววตาของเด็กหนุ่มสว่างขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะเม้มริมฝีปากอย่างวางท่า กลบเกลื่อนรอยยิ้มที่มุมปาก
“...ได้”
จี้เยี่ยนจัดสิ่งของในอ้อมแขนให้เรียบร้อยก่อนเงยหน้ามองชายหนุ่ม “...ไม่มี กระดาษ”
“มีสิ” จิ่นเฉินลูบผมนุ่มฟูของเด็กหนุ่ม แล้วล้วงกระดาษพับหลากสีปึกหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อ ราวกับเล่นกล
【...】0731 สูดหายใจเฮือกอย่างตื่นตระหนกอยู่ในพื้นที่ระบบ
เมื่อครู่นี้มันเห็นชัด ๆ ว่ากระดาษพับปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า!
โฮสต์คนเก่ง! ยังมีเรื่องน่าประหลาดใจอะไรอีกบ้างที่ฉันไม่รู้น่ะ!
จี้เยี่ยนรับกระดาษพับมา ดวงตาเรียวสวยเป็นประกาย ใบหน้าอันประณีตดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา
เขาเลือกกระดาษสีฟ้าแผ่นหนึ่ง พับครึ่งสองครั้ง ก่อนหยุดมือแล้วจ้องจิ่นเฉินเขม็ง
จิ่นเฉินรู้สึกว่าท่าทางของเด็กหนุ่มน่ารักเหลือเกิน เสียงหัวเราะแผ่วต่ำหลุดจากลำคอ เขาเลือกกระดาษสีฟ้ามาอีกแผ่น แล้วพับตามอย่างที่เห็น
นกกระเรียนกระดาษตัวหนึ่งใช้เวลาพับเพียงไม่กี่นาที ไม่นานบนเตียงก็มีนกกระเรียนสีฟ้าสองตัว วางเคียงอยู่ข้างนกกระเรียนสีชมพูตัวเดิม
“ดูสิ ตอนนี้นกกระเรียนกระดาษก็ไม่เหงาแล้ว”
จิ่นเฉินมองเด็กหนุ่มที่จ้องนกกระเรียนกระดาษสีฟ้าสองตัวซึ่งพิงอิงกันแน่น ก่อนเอ่ยขึ้นกะทันหัน
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น แววตาของจี้เยี่ยนก็เปลี่ยนไป เขาเงยหน้ามองจิ่นเฉินอย่างจริงจัง
คราวนี้เด็กหนุ่มมองอยู่นานแสนนาน ราวกับอยากสลักภาพของจิ่นเฉินไว้ในใจ
จิ่นเฉินมีดวงตาดอกท้อที่ใครมองก็รู้สึกได้ถึงความรักใคร่ตามคำกล่าว รูปตาค่อนข้างยาว นัยน์ตาลุ่มลึก
ยามไม่ยิ้ม ดวงตาของเขาราวกับกลีบดอกท้อที่คลี่บาน ดูเย็นชาและห่างเหิน ทั้งยังมีราศีสูงส่งในตัว แต่เมื่อยิ้มขึ้นมา ก็พลันดูเปี่ยมด้วยความรู้สึก ราวกับจันทร์เสี้ยวบนขอบฟ้า
ยามนี้จี้เยี่ยนถูกเขามองด้วยรอยยิ้ม แก้มจึงเริ่มแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว เขาก้มหน้าลง ดูทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย
【ตรวจพบค่าความมืดของตัวร้ายลดลง 5 หน่วย ตรวจพบความผันผวนทางอารมณ์ของตัวร้ายที่มีต่อโฮสต์ กระตุ้นค่าหวั่นไหว ค่าหวั่นไหวเพิ่มขึ้น 20 หน่วย】
【ค่าหวั่นไหว? นี่ไม่ใช่ค่าความชอบหรอกหรือ?】จิ่นเฉินถาม 0731 ในใจ พลางเก็บของบนเตียงกับจี้เยี่ยนไปด้วย
【มนุษย์รู้สึกชอบคนได้หลายคน แต่ในช่วงเวลาหนึ่งจะหวั่นไหวต่อคนเพียงคนเดียวเท่านั้น】
0731 ถูกปฏิสัมพันธ์หวานชื่นของทั้งคู่ทำเอาใจละลาย จนกลิ้งไปมาอยู่ในพื้นที่ระบบ
เห็นไหม ต่อให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่แค่ไหน พอเข้ามาอยู่แผนกช่วยเหลือก็มีฟองสีชมพูลอยเต็มไปหมด!
หวานจนระบบจะตายแล้ว!
จี้เยี่ยนเก็บของหลายชิ้นลงในโต๊ะข้างเตียง เหลือเพียงนกกระเรียนกระดาษสามตัววางอยู่บนโต๊ะ พิงอิงกันอย่างสนิทสนม
“ตอนนี้อารมณ์ดีขึ้นแล้วใช่ไหม?”
จิ่นเฉินถามพร้อมรอยยิ้ม
จี้เยี่ยนพยักหน้า ขนตาสั่นไหวเล็กน้อย
“งั้นกินอะไรสักหน่อยเถอะ ตั้งแต่ตื่นมาจนถึงตอนนี้คุณยังไม่ได้กินอะไรเลย ไม่กลัวท้องพังหรือไง”
จิ่นเฉินหยิบซุปรังนกเห็ดหูหนูขาวที่วางไว้บนตู้หน้าประตูเมื่อครู่มา ลองใช้หลังมือแตะอุณหภูมิชามดู ยังอุ่นอยู่
จี้เยี่ยนรับชามมาแล้วจิบทีละน้อย
เขากินเงียบ ๆ แต่ไม่ได้บอกจิ่นเฉินว่าเขาป่วยเป็นโรคกระเพาะอย่างรุนแรงเพราะถูกปล่อยให้อดอาหารในตระกูลจี้ ตั้งแต่อายุ 15 ปี
หลังจากนั้นเขาก็คิดว่ากินหรือไม่กินก็ไม่ต่างกัน อย่างไรเสียก็ไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้...
จี้เยี่ยนเงยหน้ามองจิ่นเฉินอีกครั้ง ดูเหมือนอีกฝ่ายจะชอบเวลาที่เขาเชื่อฟัง
อย่าทำให้เขาไม่พอใจเลยดีกว่า
จี้เยี่ยนดื่มไปครึ่งชามเล็ก ๆ จิ่นเฉินก็ไม่ยอมให้เขาดื่มต่อ เขาหยิบชามไป แสร้งทำเป็นไม่เห็นสายตาน้อยใจของเด็กหนุ่ม
“เดี๋ยวก็ได้กินมื้อกลางวันแล้ว ตอนนี้รองท้องไว้ก็พอ ถ้ายังอยากดื่ม ตอนเที่ยงค่อยให้ห้องครัวทำเพิ่ม”
เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ยื่นมือมาคว้าชายเสื้อจิ่นเฉินทันที “อะไรก็ได้หรือ?”
“อะไรก็ได้สิ อยากกินอะไรอีกล่ะ?”
“...พุดดิ้ง” จี้เยี่ยนมองเขาอย่างคาดหวัง แววตาเปี่ยมความหวังจนยากจะมองข้าม
“ได้อยู่แล้ว” จิ่นเฉินอดไม่ได้ที่จะหยิกแก้มเขา ผิวสัมผัสนุ่มลื่น ดูคล้ายพุดดิ้งอยู่เหมือนกัน
“แต่กินได้แค่สัปดาห์ละ 4 ครั้งนะ ผมจะกำชับห้องครัวไว้ กินของหวานมากไปไม่ดี”
“...ได้”
จี้เยี่ยนตอบรับอย่างมีความสุข ความยินดีในดวงตาเรียวสวยแทบปิดไม่มิด ชั่วขณะหนึ่งแทบมองไม่เห็นเค้าความหม่นหมองและเก็บตัวในอดีตเลยแม้แต่น้อย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจิ่นเฉินเริ่มชี้นำให้เขาค่อย ๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีแล้ว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก—
เสียงเรียกเบา ๆ ของป้าหลิว แม่บ้านดังมาจากหน้าประตู
“คุณชายคะ เตรียมอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“เดี๋ยวไป” จิ่นเฉินขานรับ แล้วยื่นซุปรังนกเห็ดหูหนูขาวที่เหลือให้ป้าหลิว ก่อนจะเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของเธอ
สีหน้าปลื้มปีติของเธอไม่ต่างจากอาหลิวเลย
ดูท่าในบ้านหลังนี้ คนเดียวที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวคงเป็นเจ้าของร่างเดิม
เขาส่ายหน้าอย่างจนใจ แล้วยื่นมือไปหาจี้เยี่ยน
“ไปกันเถอะ ไปกินข้าวที่ห้องอาหาร”
แต่จี้เยี่ยนกลับไม่ขยับ
“คุณชายคะ อาหารของคุณชายเยี่ยนต้องยกไปให้ที่ห้องเท่านั้นค่ะ”
“ใครพูดอย่างนั้น?” จิ่นเฉินถามอย่างสงสัย ทำไมมื้อกลางวันถึงกินที่ห้องอาหารไม่ได้?
“...คุณชายเป็นคนพูดค่ะ” ป้าหลิวตอบอย่างลังเล “วันแรกที่คุณชายเยี่ยนมาถึง คุณชายบอกว่าเห็นเขาทำท่าจะกินก็ไม่กินแล้วหมดความอยากอาหารค่ะ”
จิ่นเฉิน “...”
เจ้าของร่างเดิมนี่เป็นอะไรหรือเปล่า? เบื่ออาหารก็ไปหาหมอสิ จะไปโทษคนอื่นทำไม
