มองดูทหารญี่ปุ่นทั้งกองพันแบกปืนพาดบ่า
แต่ละคนต่างร่าเริงเบิกบาน เดินวางท่าอย่างอวดดี วิ่งเป็นแถวตามรูปขบวนเดินทัพตรงเข้ามาหาปากกระบอกปืนของพวกเขา
ด้วยรูปขบวนเดินทัพแบบนี้ แค่ยิงปืนกลมือหนึ่งชุดก็สังหารทหารญี่ปุ่นได้อย่างน้อยเจ็ดแปดนาย
แม้แต่กองทัพท้องถิ่นที่ฝึกฝนมาแย่ที่สุดก็ไม่มีทางทำอะไรแบบนี้ในสนามรบ
พันตรีหลี่เมิ่งเทียน ผู้บังคับบัญชากองทัพยู่นันที่ประจำการอยู่ที่นี่ถึงกับงุนงง อดเอ่ยถามด้วยความสงสัยไม่ได้ว่า
“ไอ้ยุ่นพวกนี้กำลังทำบ้าอะไรกัน?”
“ทำไมดูเหมือนพวกมันกำลังเดินมาหาที่ตายเลย?”
แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นคนหนุ่ม เนื้อชิ้นโตที่ยื่นมาถึงปากแล้วจะไม่กินได้อย่างไร สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียม
“ปล่อยพวกมันเข้ามา!”
“ถ่ายทอดคำสั่งของผม โอกาสดีขนาดนี้ไม่ต้องประหยัดกระสุน เปิดฉากยิงเต็มกำลัง!”
“การยิงระลอกแรกต้องกวาดทหารญี่ปุ่นไปให้ได้ครึ่งหนึ่ง!”
นายทหารฝ่ายเสนาธิการคนหนึ่งเสริมขึ้นว่า
“ผู้บังคับบัญชา จะประสานกองพันปืนใหญ่ให้ระดมยิงพื้นที่นี้ไหมครับ?”
“ถ้าเพิ่มการยิงฉับพลันด้วยปืนใหญ่ภูเขา 75 มิลลิเมตรจากกองพันปืนใหญ่อีกระลอก เกรงว่าไอ้ยุ่นที่รนหาที่ตายพวกนี้คงเหลือไม่กี่นาย!”
พันตรีหลี่เมิ่งเทียนปฏิเสธโดยไม่ลังเล
“ทำสงครามที่ไหนจะเปิดฉากมาก็เผยไพ่ทั้งหมดเสียแล้ว!”
“กองพันปืนใหญ่คือไพ่ตายของเรา ตอนนี้ห้ามใช้เด็ดขาด!”
“สั่งกองร้อยปืนครก 82 มิลลิเมตรที่ขึ้นตรงกับกรมเราให้เข้าโจมตี ประสานการยิงฉับพลันหนึ่งระลอก!”
“รับทราบ!” นายทหารฝ่ายเสนาธิการรีบไปประสานกับหน่วยต่าง ๆ ทันที
ทางด้านพันเอกยามากุจิกำลังนำทหารเดินทัพไปข้างหน้าอย่างองอาจ
พวกเขาไม่ทันสังเกตเลยว่า ในบ้านเรือนสองข้างทางที่ดูราวกับไร้ผู้คน ทหารกองทัพยู่นันกำลังคลานออกจากหลุมหลบภัยปืนใหญ่ เตรียมพร้อมก่อนการรบ
