กองอาสาใช้ยุทธวิธีชุดนี้ ต้านทานการโจมตีด้วยอำนาจการยิงแบบอเมริกันครบทั้งบก น้ำ และอากาศได้
ซึ่งขณะนั้นกองทัพสหรัฐอยู่ในสภาพพร้อมรบเต็มกำลัง เรียกได้ว่าเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
ทหารญี่ปุ่นอย่างพวกไอ้ยุ่นที่ยากจนข้นแค้น ย่อมทำไม่ได้เหมือนกองทัพสหรัฐ ที่ระดมยิงเกาะเล็ก ๆ พื้นที่เพียง 20 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีไอ้ยุ่น 20,000 นายคอยป้องกัน
ก่อนเปิดฉากรบ พวกเขาระดมกระสุนปืนใหญ่เรือ 24,000 ตัน บวกกับระเบิดจากเครื่องบินถล่มลงไป
หลังจากกองทัพบกขึ้นฝั่ง กระสุนจากปืนใหญ่ภาคพื้นดินและอาวุธยิงสนับสนุนของทหารราบก็มีอีกเกือบ 20,000 ตัน
รวมแล้วถล่มกระสุนกว่า 40,000 ตันใส่หัวพวกไอ้ยุ่น
ไอ้ยุ่นแต่ละนายได้รับกระสุนปืนและกระสุนปืนใหญ่ไปคนละ 2 ตัน
ส่วนการรบที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นการรบที่กองทัพบกญี่ปุ่นใช้อำนาจการยิงสูงสุด และมีกำลังพลเข้าร่วมถึงหลักล้านนาย
ตลอดสามเดือน กองทัพญี่ปุ่นใช้กระสุนไปทั้งหมดเพียงราว 30,000 ตัน
แค่นั้นก็ทำให้คลังกระสุนของกองทัพบกไอ้ยุ่น ซึ่งไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับสงครามใหญ่ ร่อยหรอไปเกินครึ่งแล้ว
เวลานี้พวกไอ้ยุ่นไม่มีทางทำได้ ต่อให้ขายทรัพย์สินทุกอย่างที่มี ก็ยังทำไม่ไหว
พวกเขาไม่อาจใช้วิธีฟุ่มเฟือยอย่างกองทัพสหรัฐ ที่ขยับตัวทีหนึ่งก็ระดมเครื่องบิน รถถัง ปืนใหญ่ พร้อมกระสุนหลายพันถึงหลายหมื่นตันถล่มใส่ศัตรู
ในยุทธการภูเขาสามเหลี่ยม กองทัพสหรัฐยิงกระสุนปืนใหญ่สูงสุดถึง 300,000 นัดในวันเดียว และตลอดยุทธการยิงไปทั้งหมด 1,900,000 นัด
ในจำนวนนั้นเป็นกระสุนปืนใหญ่หนักขนาดเกิน 100 มิลลิเมตรมากกว่า 500,000 นัด
ถึงอย่างนั้นก็ยังยึดเนินทั้งสามแห่ง ซึ่งมีกองอาสา 40,000 นายผลัดเปลี่ยนกันตั้งรับ ไม่ได้
