ซ่งเชียนเซี่ยนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน สายตาพร่ามัวไปหมด
รายงานฉบับนี้เธอเขียนมาสามชั่วโมงแล้ว แต่ความคืบหน้ายังหยุดอยู่ที่หน้าแรก
“ตามแผนการปฏิบัติการโดยรวมของเรือก้นห้วยลึกในครั้งนี้...”
พิมพ์ได้ไม่กี่ตัว เธอก็หมดเรี่ยวแรง ทิ้งตัวแน่นิ่งอยู่บนเก้าอี้ราวกับปลาเค็มที่ถูกรีดน้ำจนแห้ง
ชาติที่แล้วตอนเป็นพันหน้า ทำงานเสร็จรับเงินแล้วก็ไป ใครจะมานั่งตามดูหลังการขายกันล่ะ!
แต่ตอนนี้กลับไม่เหมือนกัน นอกจากต้องจับคนแล้ว ยังต้องเขียนรายงานตั้งหมื่นคำอีก!
เสี่ยวจางที่โต๊ะข้าง ๆ เลื่อนเก้าอี้เข้ามาใกล้
“พี่ซ่ง ตันอยู่เหรอ”
ซ่งเชียนเซี่ยฟุบลงบนโต๊ะอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“นี่มันกำลังรีดเซลล์สมองอันน้อยนิดของฉันจนแห้งเหือด! ฉันจ้างเธอเขียนรายงานฉบับนี้แทนได้ไหม ฉันให้ห้าสิบหยวน”
เสี่ยวจางโบกมือปฏิเสธรัว ๆ แล้วเลื่อนเก้าอี้หนีกลับไปที่เดิม
“ไว้ชีวิตผมเถอะ ผู้กองกู้บอกแล้วว่ารายงานของพี่ต้องเขียนด้วยมือตัวเอง เขาจะตรวจด้วยว่ามี AI ช่วยเขียนหรือเปล่า”
ทันใดนั้น โทรศัพท์สายภายในบนโต๊ะก็ดังขึ้น
ซ่งเชียนเซี่ยรับสาย เสียงพูดจาเป็นทางการของโจวฮุ่ยดังมาจากหูโทรศัพท์
“ซ่งเชียนเซี่ย มาที่กองตรวจการสักหน่อย”
พอวางสาย ซ่งเชียนเซี่ยก็ใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ
ปฏิบัติการก็จบไปแล้ว รองผู้อำนวยการโจวผู้ไม่เห็นแก่หน้าใครเรียกเธอไปทำไมกัน?
หรือว่าจานที่เธอทุบแตกบนเรือลำนั้น กับรองเท้าแตะที่หยิบติดมือมา จะต้องชดใช้ตามราคาด้วย?
เธอเดินไปถึงหน้าห้องทำงานกองตรวจการด้วยอารมณ์ราวกับกำลังไปงานศพ แล้วเคาะประตูเบา ๆ
โจวฮุ่ยนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในมือถือปากกาหมึกซึมอยู่ด้ามหนึ่ง
เธอชี้ไปที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
“นั่งสิ”
ซ่งเชียนเซี่ยนั่งลงอย่างว่าง่าย วางมือทั้งสองข้างไว้บนตัก เรียบร้อยเสียยิ่งกว่าอะไรดี
