ตีสี่ ซ่งเชียนเซี่ยยืนยืดเส้นยืดสายอยู่ริมหน้าต่างหอพัก
ตอนนี้กล่องจดหมายของเหล่าเจิ้งน่าจะได้รับจดหมายแจ้งเบาะแสจาก “พลเมืองใจบุญ” แล้ว ขอแค่กู้ถิงเชินส่งคนไปเปิดตู้ล็อกเกอร์ที่สถานีรถไฟใต้ดินโรงพยาบาล บัตรเข้างานประมูลก้นห้วยลึกก็จะตกเป็นของเธอ
ส่วนตัวเธอเอง แค่หาเหตุผลแอบเข้าไปในห้องพยานหลักฐาน ลอบเอาบัตรเชิญกับชิปชีวภาพออกมา แล้วทำหน้ากากเลียนแบบให้เหมือนจริงจนแยกไม่ออก ก็จะได้เดินเข้าไปชมเรื่องสนุก ๆ ในงานประมูลก้นห้วยลึกอะไรนั่นอย่างสบายใจ
เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ!
ซ่งเชียนเซี่ยกระโจนกลับขึ้นเตียง ม้วนตัวห่มผ้าแล้วนอนต่อ
ขณะเดียวกัน บนสะพานยกระดับวนเมือง ขบวนรถขนส่งผู้ต้องหากำลังแล่นด้วยความเร็วสูง
ภายในห้องโดยสาร นกกระจาบเงินสวมกุญแจมือ นั่งอยู่บนเก้าอี้สเตนเลสแบบพิเศษ โดยมีหน่วยปฏิบัติการพิเศษติดอาวุธครบมือสองนายคอยจับตาอยู่ทั้งซ้ายและขวา
กู้ถิงเชินนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ กำลังคุยกับเหล่าเจิ้งที่กองบัญชาการผ่านวิทยุสื่อสาร
“ผู้กองกู้ เมื่อครู่กล่องจดหมายสาธารณะได้รับอีเมลนิรนาม IP ผู้ส่งอยู่ต่างประเทศ ในอีเมลบอกว่าในตู้ล็อกเกอร์หมายเลข 204 ตรงทางออก C ของสถานีรถไฟใต้ดินโรงพยาบาลมีของที่เรากำลังตามหาอยู่”
กู้ถิงเชินหรี่ตาลง “ให้โจวเจิงพาคนไปเอามา ระวังว่าอาจมีแผนลวง เตรียมอุปกรณ์เก็บกู้ระเบิดไปด้วย”
“รับทราบ”
การติดต่อสิ้นสุดลง กู้ถิงเชินเหลือบมองกระจกมองหลัง นกกระจาบเงินกำลังหลับตาพักผ่อน มุมปากยังประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
ทันใดนั้น เสียงเร่งร้อนของคนขับรถคันหน้าก็ดังขึ้นจากวิทยุสื่อสาร “ข้างหน้ามีเหตุ!”
รถขนส่งผู้ต้องหาเบรกกะทันหัน
กู้ถิงเชินโน้มตัวไปข้างหน้า รีบคว้าหูจับเหนือศีรษะไว้เพื่อทรงตัว
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร มีรถออฟโรดสีดำไร้ป้ายทะเบียนจอดขวางอยู่ตรงทางขึ้นสะพานด้านหน้า ปิดทางไว้จนมิด
“ถอยรถ!” กู้ถิงเชินสั่งทันที
“ไม่ได้! ข้างหลังก็มีอีกคัน!” หน่วยปฏิบัติการพิเศษบนรถคันหลังตะโกนลั่น
