*
“อา...อาจารย์”
หยุนอู้ถูกฉีเหยียนจับหนังคอหิ้วลอยอยู่กลางอากาศ เท้ากระต่ายทั้งสองข้างกอดแครอตไว้แน่น
“นี่คือแครอตเซียนที่องค์รัชทายาทประทานมาเป็นของขอขมา ในเมื่อเป็นของขอขมา ข้าก็กินแล้วนะ...”
“ต่อไปอย่ากินของที่คนอื่นให้ แม้จะเป็นองค์รัชทายาท...ก็ไม่ได้”
ฉีเหยียนเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะยื่นมือไปอุ้มร่างกระต่ายของหยุนอู้มาประคองไว้ในอ้อมแขน
“ทราบแล้วเจ้าค่ะอาจารย์ ต่อไปข้าจะกินแต่แครอตที่อาจารย์ปลูกให้เท่านั้น!”
หยุนอู้เงยหน้าขึ้นพูดอย่างประจบ ทว่ากอดแครอตที่แทะไปแล้วสองสามคำไว้แนบอก ไม่ยอมปล่อย
เมื่อครู่อาจารย์บอกว่าให้รอคราวหน้า เช่นนั้นคราวนี้ก็แปลว่าอนุญาตให้นางกินแล้ว
ฉีเหยียนอุ้มกระต่ายหยุนอู้เดินเอื่อย ๆ ไปทางวังเสวียนซวง
บนทางเดินในวัง พวกนางกำนัลเซียนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันหลีกทางและค้อมกายคารวะ กระทั่งฉีเหยียนเดินผ่านไปแล้ว พวกนางจึงกล้าเงยหน้ามองแผ่นหลังของเขา
“เห็นหรือไม่ เมื่อครู่ในอ้อมแขนของเทพผู้สูงส่ง...เป็นกระต่ายตัวหนึ่งใช่ไหม?”
“เห็นสิ น่าจะเป็นศิษย์กระต่ายปีศาจที่เทพผู้สูงส่งรับไว้กระมัง”
“ข้าเห็นกระต่ายน้อยตัวนั้นกำลังกินแครอตอยู่ในอ้อมแขนเทพผู้สูงส่งด้วย น่าอิจฉาจริง ๆ”
“นั่นสิ...”
คราวนี้ฉีเหยียนไม่ได้ใช้วิชาเหาะกลับ หยุนอู้จึงนอนอยู่ในอ้อมแขนของเขาได้อย่างสบายใจ พลางแทะแครอตอย่างขยันขันแข็ง
เมื่อเดินมาถึงวังเสวียนซวงอันเงียบสงบและห่างไกล แครอตเซียนที่หยุนอู้กอดไว้ก็ถูกแทะจนหมดพอดี
