*
วันรุ่งขึ้น พบศพองค์หญิงเวินอี๋ที่ปากทางเข้าภูเขาในเมืองอวี้เฉิง ซึ่งเป็นเขตศักดินาของนาง อีกทั้งยังจับกุมโจรภูเขาที่ตั้งตนเป็นใหญ่ได้กลุ่มหนึ่ง พวกมันสารภาพโดยไม่ปิดบังว่าเป็นผู้สังหารองค์หญิง
เมื่อเข้าประชุมราชสำนัก องค์รัชทายาทก็นำหลักฐานการทำข้อตกลงลับระหว่างตนกับกู้หวนจือออกมาแสดง
เวินอี๋ยักยอกภาษีจากเมืองอวี้เฉิง เขตศักดินาของนางมาหลายปี ทั้งยังรับสินบนเป็นเงินทองจากขุนนางในเขต และปล่อยให้พวกเขาขึ้นภาษีที่ดินตามอำเภอใจ
นางปล่อยให้ขุนนางในเขตศักดินวางอำนาจบาตรใหญ่ ทั้งยังยินยอมให้โรงหล่อเงินในเขตนั้นผลิตเหรียญออกใช้ จนชาวบ้านถูกบีบให้ขึ้นเขาไปเป็นโจร และฉวยโอกาสลงมือสังหารนางตอนเดินทาง เพื่อผดุงวิถีแห่งสวรรค์
หลักฐานเหล่านี้ทำให้ทั้งราชสำนักตกตะลึง แม้แต่ฮ่องเต้ยังทรงกริ้วอย่างหนัก
แค่ยักยอกภาษีที่ต้องส่งเข้าท้องพระคลัง ก็มีโทษถึงตายแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เวินอี๋ยังรับสินบน ปล่อยให้ขุนนางประพฤติชั่ว และผลิตเงินปลอมออกใช้ แต่ละข้อแต่ละกระทงล้วนมีโทษประหารทั้งสิ้น
เดิมที ในราชสำนักยังมีขุนนางฝ่ายองค์ชายรองพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง
องค์รัชทายาทตรัสตรง ๆ ว่า “แม้แต่โอรสสวรรค์ทำผิด ก็มีโทษเช่นเดียวกับสามัญชน เวินอี๋ปล่อยให้ขุนนางในเขตศักดินากระทำการต่าง ๆ ตามอำเภอใจ ซ้ำยังทำร้ายราษฎรจนผู้คนเดือดร้อนล้มตาย นางสมควรตายแล้ว”
ฮ่องเต้ทรงกริ้วต่อสิ่งที่เวินอี๋เคยทำ จึงทรงตำหนิขุนนางที่คัดค้านอย่างรุนแรง แล้วมีพระบัญชาแต่งตั้งองค์รัชทายาทเป็นผู้ตรวจการ ให้เดินทางไปเมืองอวี้เฉิงเพื่อปลอบขวัญราษฎรและฟื้นฟูความเป็นอยู่
