*
องค์หญิงเวินอี๋หายตัวไป
ฮ่องเต้ส่งคนออกตรวจสอบ ทว่าทุกคนที่ติดตามเวินอี๋ออกไปในวันนั้นล้วนถูกฆ่าตาย ร่องรอยทั้งหมดถูกลบเลือนไปจนสิ้น
ไม่มีใครรู้ว่าองค์หญิงเวินอี๋ไปอยู่ที่ใด
ภายในคุกใต้ดินอันชื้นแฉะและมืดมิดของจวนแม่ทัพ เวินอี๋ถูกพันธนาการแน่นหนา บังคับให้คุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างน่าเวทนา
อาภรณ์หรูหราบนร่างของนางเปื้อนโคลนและคราบดิน ใบหน้าและเส้นผมมอมแมมทั่วทั้งร่างมีแต่คราบเลือดที่แห้งไปแล้วครึ่งหนึ่งบ้าง ไหลรินอยู่บ้าง ยังจะเหลือเค้าขององค์หญิงผู้สูงศักดิ์ดังเช่นวันวานได้อย่างไร
นับตั้งแต่ถูกทหารเกราะดำจับกุมตัวเข้ามา เวินอี๋ก็ต้องทนทุกข์ทรมานไม่รู้จบ คุกใต้ดินแห่งนี้ทั้งมืดและชื้น หนูวิ่งพล่านไปทั่ว ไต่ขึ้นไต่ลงบนตัวนาง แต่มือทั้งสองถูกล่ามโซ่ห้อยไว้กลางอากาศ จึงไม่อาจปัดไล่พวกมันได้
ทุกระยะจะมีคนเข้ามาทรมานนางครั้งหนึ่ง นางรู้สึกราวกับถูกทรมานจนใกล้เสียสติเต็มที
สิ่งที่ทำให้นางแทบคลุ้มคลั่งยิ่งกว่าคือ! กู้หวนจือยังแค้นเรื่องที่นางเคยคิดจะหาคนมาข่มขืนหยุนอู้ ถึงกับหาพวกอันธพาลมาลวนลามนางไปทั่วร่างกาย ทั้งที่ตอนนั้นนางก็ไม่ได้ทำสำเร็จเสียหน่อย เหตุใดเขาจึงต้องทำกับนางถึงเพียงนี้!
รองเท้าสีทองหม่นคู่หนึ่งปรากฏขึ้นในสายตาของเวินอี๋ นางเงยหน้าขึ้นก็เห็นกู้หวนจือยืนอยู่ตรงหน้า ด้านหลังเขามีเยว่ชิงกับทหารเกราะดำอีกหลายคนที่เคยลงมือทรมานนาง
เวินอี๋ยกมือขึ้นอย่างหมดสภาพ ดิ้นรนพยายามเข้าใกล้กู้หวนจือ กลิ่นคาวเลือดคลุ้งอยู่รอบกาย
“หวนจือ! หวนจือ! ท่านมารับข้าออกไปใช่หรือไม่!”
