*
บัดนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว อากาศหนาวเย็น แม้จะก่อเตาอุ่นไว้ในตำหนัก แต่หยุนอู้ก็ไม่ได้แช่อยู่ในอ่างอาบน้ำนานไปกว่านั้น
“พอแล้ว ลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิด”
หรงจิ่นเอ่ยเสียงเบา หยุนอู้ลุกขึ้นจากอ่างอาบน้ำอย่างว่าง่าย เส้นผมยาวที่คลายออกทิ้งตัวลงมาปกปิดร่างขาวผ่อง
หรงจิ่นหยิบผ้าแพรผืนใหญ่เนื้อนุ่มมาห่อร่างนางจากด้านหลัง จากนั้นก็อุ้มนางขึ้นจากอ่างอย่างคล่องแคล่ว
“แรงเจ้าเยอะจัง ถ้าข้าฝึกยุทธ์กับเจ้าทุกวัน แรงจะเพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่?”
หยุนอู้ห่อตัวอยู่ในผ้าแพร ซุกอยู่ในอ้อมแขนเขาพลางถาม เท้าเปล่าที่โผล่ออกมาข้างนอกยังเปียกชุ่ม
หรงจิ่นอุ้มหยุนอู้เดินไปยังเตียง พอได้ยินคำถามก็เพียงหัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบว่า
“ฝึกยุทธ์เหนื่อยมาก บาดแผลฟกช้ำตามตัวเป็นเรื่องปกติ องค์หญิงจะยอมลำบากหรือ?”
ไหล่ของหยุนอู้หดเข้าหากัน นางเอนซบในอ้อมแขนหรงจิ่นแล้วรีบส่ายหน้า ความคิดนั้นพลันมลายหายไปสิ้น
นางยื่นมือออกจากผ้าแพรที่ห่อตัวอยู่ คว้าสาบเสื้อด้านหน้าของหรงจิ่นไว้ ลูบคลำแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
“เหตุใดเจ้าถึง—”
หยุนอู้พูดยังไม่ทันจบก็หยุดไป เพราะหรงจิ่นอุ้มนางมานั่งลงตรงขอบเตียงแล้ว
ใบหน้าของเขางดงามอ่อนหวาน หรงจิ่นหยิบเสื้อผ้าสะอาดจากโต๊ะข้าง ๆ มือคู่นั้นงดงามเป็นพิเศษ ทั้งยังกว้างกว่ามือเล็ก ๆ ของหยุนอู้มาก
หรงจิ่นคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ตรงหน้านาง ใบหน้างามที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบาง ๆ ดูเข้มแข็งขึ้นเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองหยุนอู้
