*
“นางเงือกผู้นี้เป็นของขวัญที่ข้าน้อยนำมามอบให้ท่านโหวซื่อจื่อขอรับ!”
ใต้เท้าถังยิ้มแย้ม ก่อนกล่าวอย่างนอบน้อมว่า
“เพิ่งพบเมื่อยามเย็นวันนี้ ข้าน้อยเกรงว่าสิ่งประหลาดเช่นนี้จะทำร้ายผู้คน จึงกล้าเพียงสั่งให้คนล้อมชายหาดแนวโขดหินไว้ห่าง ๆ รอให้ท่านโหวซื่อจื่อมาจัดการขอรับ!”
สีหน้าของลู่จิ้งจือเรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่งามยังคงจับจ้องนางเงือกในโลงน้ำไม่วางตา
ดูเหมือนนางจะหวาดกลัวและกระวนกระวายอยู่บ้าง ร่างที่นอนอยู่ในโลงน้ำขยับอย่างอึดอัดเล็กน้อย ดวงตาใสแวววาวมองลู่จิ้งจืออย่างหวาดหวั่น
ใต้เท้าถังกลัวว่าท่านโหวซื่อจื่อผู้สูงศักดิ์จากเมืองหลวงจะไม่พอใจ จึงรีบกล่าวเสริมว่า
“แม้แต่ข้าน้อยก็ยังไม่กล้าแตะเส้นผมของนางเงือกแม้แต่เส้นเดียว แต่ข้าน้อยคิดว่านางเงือกเป็นสิ่งที่พบได้ยากยิ่ง ท่านโหวซื่อจื่อมีฐานะสูงส่ง จะรับนางเงือกผู้นี้ไว้ชมเล่นก็เหมาะสมดีขอรับ”
ใต้เท้าถังรู้สึกว่าตนโชคดีเหลือเกิน เดิมทีเขาเลือกนักดนตรีหญิงคนหนึ่ง ตั้งใจจะส่งไปขึ้นเตียงท่านโหวซื่อจื่อ
แต่พอคิดว่าอีกฝ่ายมาจากเมืองหลวงและมีชาติตระกูลสูงส่ง คงไม่สนใจคนฐานะต่ำต้อย มิหนำซ้ำสายตาอาจสูงส่งนัก ทว่าเลือกซ้ายเลือกขวาอย่างไรก็หาใครที่งามโดดเด่นไม่ได้สักคน...
กระทั่งยามเย็น เขาบังเอิญพบนางเงือกตนนี้ พอเห็นว่านางงามถึงเพียงนี้ เดิมทีก็คิดจะให้คนพากลับจวนไว้เสพสุขเอง
แต่เมื่อนึกถึงข่าวลือว่านางเงือกปีศาจทะเลล้วนแสนอันตราย บางทีร่างกายอาจมีพิษร้าย เพียงแตะเบา ๆ ก็อาจตายได้...
ใต้เท้าถังยังอยากเสวยสุขและกอบโกยเงินทองไปอีกหลายปี จึงได้แต่สั่งให้คนอย่าเข้าใกล้ด้วยความเสียดาย แล้วล้อมชายหาดแนวโขดหินไว้ห่าง ๆ กักนางไว้ก่อนค่อยว่ากัน
พอดีกับที่วันนี้ท่านโหวซื่อจื่อลู่จิ้งจือมาถึงเมืองเหลียงโจว ใต้เท้าถังกำลังกลุ้มว่าจะรับมืออย่างไร จู่ ๆ ก็เกิดความคิดขึ้นมา จึงนึกได้ว่าจะมอบนางเงือกให้เขา
