*
สวี่สิงโจวนอนไม่ค่อยหลับติดต่อกันมาสองคืนแล้ว เขาฝันถึงคนที่จะแต่งงานด้วย ซึ่งก็คือหยุนอู้
กลางดึกจู่ ๆ เขาก็ตื่นจากฝัน แล้วลุกขึ้นไปซักกางเกงเสียกลางดึก
ยังดีที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในค่ายทหารและนอนห้องเดียวกับคนอื่น ไม่อย่างนั้นสวี่สิงโจวคงโดนเพื่อนร่วมห้องล้อแน่
ตอนอยู่ในค่ายทหาร พวกเพื่อน ๆ ต่างไม่พอใจที่สวี่สิงโจวไม่ยอมมีแฟนเสียที พวกเขาบอกว่าผู้ชายที่แท้จริงต้องมีภรรยาแล้ว
เดิมทีสวี่สิงโจวคิดว่าตัวเองฝันประหลาดแบบนั้นเมื่อคืน ช่างไม่เอาไหนเอาเสียเลย แต่พอลองคิดดู อีกไม่นานพวกเขาก็จะแต่งงานกัน เรื่องแบบนี้ก็เป็นเรื่องปกติ
พอคิดได้อย่างนี้สวี่สิงโจวก็สบายใจขึ้นมาก พอฟ้าสางก็รีบลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟัน แล้วขี่จักรยานไปบ้านตระกูลหยุน
ทันทีที่หยุนอู้เปิดประตูใหญ่ ก็เห็นสวี่สิงโจวยืนอยู่ข้างนอก
ตอนนี้เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศยามเช้ายังหนาวอยู่บ้าง สวี่สิงโจวสวมเสื้อไหมพรมสีดำไว้ข้างใน และใส่เสื้อคลุมสีน้ำเงินทับอีกชั้น
เห็นได้ชัดว่าเขาตั้งใจแต่งตัวมาเป็นพิเศษ เดิมทีก็สูงโปร่ง หน้าตาดีอยู่แล้ว ตอนนี้จึงดูไม่เหมือนหนุ่มบ้านนอกที่ทำงานในไร่นาเลยสักนิด
“พี่สวี่...”
หยุนอู้ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ตรงประตู เพราะเพิ่งตกลงเรื่องแต่งงานกับสวี่สิงโจวเมื่อสองวันก่อน หญิงสาวยังอายง่าย พอเจอกันตอนนี้ก็เขินอยู่ดี
สวี่สิงโจวมองหยุนอู้ วันนี้เธอสวมเสื้อไหมพรมสีน้ำเงิน ปล่อยผมดำขลับสยายลงมา และคาดที่คาดผมตามแฟชั่นในยุคนี้
เสียงที่เธอเพิ่งเรียกเขาว่า “พี่สวี่” นุ่มนวลอ่อนหวาน จนทำให้สวี่สิงโจวนึกถึงความฝันเมื่อคืนขึ้นมา
ในฝันเขากับหยุนอู้แต่งงานกันแล้ว เธอหันหลังให้เขา พลางปลดชุดนอนออก ก่อนจะหันมาหน้าแดงแล้วเร่งให้เขารีบเข้ามา
