*
เวลานั้นเว่ยหวยเพิ่งเก็บชามตะเกียบเข้าไปในครัวเล็กที่สร้างแยกไว้ข้าง ๆ ส่วนหยุนอู้กินจนอิ่มแปล้ กำลังจะลุกขึ้นเดินยืดเส้นยืดสาย
แต่แล้วเสียงคุ้นหูก็ดังมาจากนอกประตูรั้ว
“แม่หนูหยุน! แม่หนูหยุน!”
หยุนอู้ลอบถอนใจ รู้สึกไม่ดีขึ้นมา พอหันไปก็เห็นใครบางคนรีบร้อนผลักประตูรั้วเข้ามา
ผู้มาเยือนเป็นหญิงวัยกลางคนสวมเสื้อผ้ารุ่นเก่า ดวงตาเรียวยาวดูเจ้าเล่ห์เฉลียวฉลาด ด้านหลังยังมีชายรูปร่างสูงผอม สวมเสื้อผ้าป่านติดตามมาด้วย
“อยู่บ้านแท้ ๆ ก็ไม่ส่งเสียงสักแอะ ข้าร้องเรียกอยู่ข้างนอก ยังไม่รีบออกมาเปิดประตูอีก”
ป้ารองเบ้ปากตำหนิ ก่อนผลักประตูรั้วแล้วเดินเข้ามาโดยไม่เกรงใจ
ชายหนุ่มร่างสูงผอมที่ตามหลังเข้ามาเริ่มกวาดตามองไปรอบ ๆ ทันที แววตาดูรังเกียจอยู่ไม่น้อย
อารมณ์ดี ๆ ของหยุนอู้พลันมลายหายไป คนผู้นี้คือป้ารองของนาง ไม่ได้พบกันมาพักใหญ่แล้ว ได้ยินว่าป้ารองไปเมืองหลวงเพื่อไปรับลูกชายที่ทำงานอยู่ที่นั่นกลับมา
ส่วนชายที่ตามหลังนางมา คงเป็นลูกชายของป้ารอง หรือก็คือลูกพี่ลูกน้องของนางนั่นเอง
“วันนี้ป้ารองมาหมู่บ้านเสี่ยวหยางได้อย่างไรหรือเจ้าคะ?”
หยุนอู้ค่อย ๆ ลุกขึ้น หมู่บ้านเสี่ยวหยางที่นางอาศัยอยู่ห่างจากหมู่บ้านของป้ารองไม่น้อย
หากไม่มีธุระก็คงไม่มาเยือน ป้ารองพาลูกพี่ลูกน้องมาด้วย ไม่รู้คราวนี้คิดจะก่อเรื่องอะไรอีก
“ข้าเพิ่งไปรับลูกพี่ลูกน้องของเจ้ากลับมา ก็เลยคิดจะให้พวกเจ้าได้พบหน้ากัน”
ป้ารองกลอกตา ก่อนเผยรอยยิ้ม แล้วรีบผลักชายร่างสูงผอมที่เอาแต่หันซ้ายแลขวาให้เดินเข้ามา
