*
ยามนี้เป็นช่วงกลางฤดูร้อน อากาศในเมืองเป่ยเฉิงร้อนระอุขึ้นทุกที
วันนี้เป็นวันที่คุณชายตระกูลเวินซึ่งไปศึกษาต่อต่างประเทศกลับบ้าน คนในคฤหาสน์ต่างพากันไปต้อนรับที่ลานด้านหน้า จึงไม่มีใครผ่านมาทางนี้
“อย่า...อย่าซนได้ไหม ข้าไม่รีบไปเดี๋ยวคนอื่นก็จับได้หรอก...”
ภายในห้อง หญิงสาวในชุดกี่เพ้าสีเรียบเอนตัวพิงเตียงอย่างขลาดกลัว นางงดงามอย่างยิ่ง ยามนี้หางตาแดงก่ำมีหยาดน้ำตาคลออยู่ ช่างดูน่าสงสารจับใจ
หากเพ่งมองให้ดี ริมฝีปากของนางก็แดงกว่าปกติอยู่บ้าง...
ชายผู้คุกเข่าข้างหนึ่งอยู่หน้าเตียงสวมเครื่องแบบทหารกับรองเท้าบูต ใบหน้าคมเข้มเย็นชา เครื่องหน้าหล่อเหลาอย่างยิ่ง ถุงมือที่ถอดออกถูกทิ้งไว้บนพื้นอย่างไม่ใส่ใจ
มือเรียวยาวงดงามคู่นั้นกุมเท้าเล็กบอบบางสีขาวอมชมพูของหญิงสาวเอาไว้...
“ทำไมถึงไม่ใส่ชุดที่ข้าส่งให้? ดีจริง พอเขากลับมา เจ้าก็ไม่ต้องการข้าแล้ว...”
เขาขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ หญิงสาวสะอื้นไห้ พยายามชักเท้ากลับแต่ขยับไม่ได้
คนที่เขาพูดถึงก็คือคนที่กลับมาถึงคฤหาสน์ในวันนี้ และเป็นคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่หมายมั้นไว้ให้นางตั้งแต่เด็ก
“ให้ข้าไปสักเดี๋ยวก่อน ฮือ ๆ...ปล่อยข้า...”
นางร้องไห้จนน้ำตาอาบแก้ม ผิวขาวผ่องขึ้นสีชมพูจาง ๆ เพราะทั้งอับอายทั้งขุ่นเคือง ในความคิดของนาง นี่เป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง
ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้คู่หมั้นของนางเพิ่งกลับจากศึกษาต่อต่างประเทศ...
เสียงสะอื้นแผ่วเบาดังลอดออกมาจากห้องหลักที่ปิดสนิท ปะปนกับเสียงชื้นแฉะเล็กน้อย
ท่ามกลางความพร่าเลือน นางได้ยินเขากัดฟันพูดว่า
