*
หยุนอู้ยังจงใจถอยหลังไปอีกก้าวใหญ่ ก่อนหลบเข้าไปอยู่ในม่านพลังกั้น
ดวงตาเรียวยาวของเสวียนอี้หรี่ลงเล็กน้อย เขามองหยุนอู้ด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์
“เจ้ากระต่ายปีศาจน้อย ไม่กลับแดนมารกับข้าก็ช่างเถิด ถูกอาจารย์อะไรนั่นของเจ้าหลอกเข้าแล้วยังไม่รู้ตัวอีก”
“ท่านกำลังจะพูดจาให้ร้ายอาจารย์ของข้าหรือ?”
หยุนอู้เอ่ยด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง ดวงหน้าบอบบางอ่อนหวานมีคำว่า “ข้าไม่มีทางเชื่อท่านหรอก” เขียนอยู่เต็มไปหมด
“ข้าก็ว่าแล้ว รากรักของเจ้ายังผลิบานไม่เต็มที่สินะ”
เสวียนอี้ยิ้มอย่างเข้าใจ ใบหน้ามีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนยกมือร่ายเวทหมายจะโจมตีม่านพลังกั้น
พลังมารสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือของเขา ทว่าตอนถ่ายพลังเข้าไปในม่านพลังกั้นกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
“ท่านอย่าเสียแรงเปล่าเลย!”
หยุนอู้กล่าวด้วยท่าทีสงบนิ่งที่แสร้งทำขึ้น แต่มือน้อยขาวผ่องกลับเลื่อนไปแตะป้ายหยกที่ห้อยอยู่ตรงเอวอย่างกระวนกระวาย
เสวียนอี้ร่ายเวทโจมตีม่านพลังกั้นที่ขวางอยู่ตรงหน้าไม่หยุด พลางเหลือบมองป้ายหยกตรงเอวของกระต่ายปีศาจน้อยที่อยู่ด้านใน
“เจ้ากระต่ายปีศาจน้อย รู้หรือไม่ว่าเส้นแดงบนป้ายหยกตรงเอวของเจ้านั่นคือด้ายวาสนา ตอนที่อาจารย์ของเจ้ามอบของสิ่งนี้ให้ คงไม่ได้บอกเจ้าไว้สินะ”
หยุนอู้ก้มลงมองเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนหน้านี้นางคิดมาตลอดว่ามันแค่มีรูปร่างคล้ายกันเท่านั้น
อีกอย่าง ชิวเหิงไม่ได้บอกหรือว่า หากดึงด้ายวาสนาบนต้นวาสนาคู่ออกมา มันก็ใช้การไม่ได้แล้ว? บางทีเสวียนอี้อาจจงใจพูดเช่นนี้เพื่อให้นางเกิดความสงสัยก็ได้
