*
หยุนอู้ชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของลู่หว่างไม่เปลี่ยน ดวงตาเย็นชาที่ไร้แววทอดมองตรงไปข้างหน้า มือของเขาถือมีดกับส้อมตัดขนมปังอย่างไม่รีบร้อน
“มะ...ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณลู่ แบบนี้มันไม่—”
“ขึ้นเงินเดือน”
เสียงทุ้มเย็นชาของลู่หว่างดังขึ้น หยุนอู้ชะงักไปอีกครั้ง
“ฉันจะขึ้นเงินเดือนให้เธอ ต่อไปก็มากินข้าวกับฉัน”
ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของลู่หว่างไม่ได้ดูเหมือนพูดเล่น กระทั่งมือที่กำลังกินอาหารเช้ายังหยุดชะงัก ราวกับกำลังรอคำตอบจากหยุนอู้
ข้อเสนอนี้ช่างเย้ายวนใจจริง ๆ เดิมทีเงินเดือนของหยุนอู้ก็สูงกว่าพนักงานทั่วไปอยู่แล้ว ถ้าได้ขึ้นเงินเดือนอีก...
โอ้โห แบบนี้ก็รวยเละสิ!
หยุนอู้ต่อสู้กับความคิดในใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะรีบกุลีกุจอไปหยิบผ้าขนหนูเปียกมาวางไว้ข้างตัวลู่หว่าง เพื่อให้เขาเช็ดมือหลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ
“ถะ...ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ คุณลู่...”
น้ำเสียงนุ่มหวานของเธอลากสูงขึ้นเล็กน้อย ดวงตาใสเป็นประกายกะพริบปริบ ๆ ในใจเธอคิดไปถึงตอนรับเงินเดือนแล้วเรียบร้อย
ลู่หว่างฟังออกถึงความยินดีในน้ำเสียงของเธอ ใบหน้าเคร่งขรึมเย็นชายังคล้ายจะมีรอยยิ้มที่สังเกตได้ยากแฝงอยู่
เขาจิบซุปชีสที่หยุนอู้ทำให้ด้วยตัวเอง ขนตาที่หลุบลงสั่นไหวเล็กน้อย
แบบนี้ ตอนกินข้าวเธอก็จะอยู่ข้างกายเขาตลอดเวลา
ดีมาก เขายังช่วยจัดการอาหารที่เธอกินไม่หมดได้ด้วย...
*
ยามค่ำคืนมาเยือน หยุนอู้ประคองลู่หว่างมาถึงคฤหาสน์ตระกูลป๋อ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เข้ามา ทุกอย่างรอบตัวจึงดูแปลกตาไปหมด
ลู่หว่างสูงกว่าเธอมาก ดูเหมือนเขาจะพอจำทางได้อยู่บ้าง เธอเพียงประคองข้อมือเขาเบา ๆ คอยนำทางก็พอ
