*
ลู่หว่างชอบกลิ่นอายบนตัวหยุนอู้มาก หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เขาชอบหยุนอู้
แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของนาง แต่วันนั้นเขาเป็นคนเลือกนางด้วยตัวเอง บางทีนี่อาจเป็นความชอบที่ถูกลิขิตไว้แล้ว
เขามักนอนไม่หลับและหงุดหงิดง่าย ทว่าเมื่อได้กลิ่นหอมจากตัวหยุนอู้ และรับรู้ว่านางอยู่ข้างกาย ใจของเขาก็สงบลง ทั้งยังรู้สึกมีความสุขเวลาอยู่กับนาง
แต่เตียงเล็กที่หยุนอู้นอนอยู่นี้ไม่อาจรองรับคนที่สองได้เลย
“ตรงนี้นอนไม่สบาย ข้าอุ้มเจ้าไปตรงนั้นดีหรือไม่?”
เสียงของลู่หว่างทุ้มต่ำ ปลายนิ้วขาวซีดราวคนป่วยไล้ผ่านริมฝีปากของหยุนอู้
จากนั้นเขาก็ช้อนร่างเล็กบอบบางขึ้นมาอย่างชำนาญ
แม้ดวงตาของลู่หว่างยังมองไม่เห็น แต่ประสาทสัมผัสด้านอื่นกลับเฉียบคมขึ้นมาก
เขาอุ้มคนที่กำลังหลับสนิทไว้ในอ้อมแขน แล้วเดินไปถึงข้างเตียงอย่างง่ายดายโดยไม่มีสิ่งใดขวางกั้น ก่อนวางนางลงอย่างแผ่วเบา
หยุนอู้ย้ายจากเตียงเล็กเรียบง่ายที่ค่อนข้างทรุดโทรมไปยังเตียงใหญ่แสนนุ่มสบาย ในห้วงนิทรา นางเพียงขยับศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะหลับลึกต่อไป
ลู่หว่างไม่กังวลว่านางจะตื่นขึ้นมากะทันหัน จึงไม่ได้ระมัดระวังนัก เขาเปิดผ้าห่มแล้วเอนกายลงนอนอย่างคล่องแคล่ว
เมื่ออยู่ใกล้กัน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวนางก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ลู่หว่างจึงอดขยับเข้าไปใกล้อีกไม่ได้
หลายวันก่อน เขาเพียงอุ้มนางขึ้นเตียง แล้วนอนหลับอย่างสงบอยู่ข้าง ๆ
แต่ตอนนี้...ลู่หว่างกลับมีความคิดอื่นเพิ่มขึ้นมา
เขาไม่ได้หลับลงอย่างสงบ หากยื่นปลายนิ้วเย็น ๆ ออกมาลูบไล้ไปตามเครื่องหน้าอันงดงามของหยุนอู้
