*
รถม้ามุ่งลงใต้ไปตลอดทาง เมื่อมาถึงเมืองซูโจวก็เป็นเวลาโพล้เพล้แล้ว หยุนอู้จ่ายเงินให้คนขับรถม้า ก่อนอาศัยความมืดลอบเข้าเมือง
นางมีรูปโฉมงดงามไม่ธรรมดา สิ่งแรกที่ทำหลังเข้าเมืองซูโจวคือแวะร้านเครื่องประทินโฉมเพื่อซื้อชิงไต้ ทว่าไม่ได้ซื้อมาเขียนคิ้ว หากนำมาป้ายใบหน้าเล็กน้อย
ใบหน้างามล่มเมืองของนางในยามนี้จึงกลายเป็นดำคล้ำ ทั้งยังสวมเสื้อผ้าป่านเนื้อหยาบที่เตรียมไว้ล่วงหน้า ซ่อนมืออันเนียนนุ่มไว้ใต้แขนเสื้อกว้าง
เมื่อนางเดินปะปนไปกับฝูงชน ก็ไม่สะดุดตาแม้แต่น้อย ดูคล้ายหญิงชาวนาที่ไม่ใส่ใจรูปลักษณ์ มีเพียงเครื่องหน้าที่ยังคงโดดเด่น
หยุนอู้ไม่กล้าอยู่ต่อ รีบหาที่พักในโรงเตี๊ยมก่อน พอเช้าตรู่วันรุ่งขึ้นก็ปลอมตัวออกจากประตูเมือง แล้วติดตามขบวนพ่อค้าที่เดินทางผ่านไปมามุ่งลงใต้ต่อ
ยามค่ำคืน จวนแม่ทัพกลับสว่างไสวไปด้วยแสงโคม
กู้หวนจือนั่งอยู่บนที่นั่งประธาน สีหน้าไร้อารมณ์ ไอเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เยว่ชิงและคนอื่น ๆ ที่กลับมาจากการสืบหา ต่างพากันคุกเข่าลงเต็มท้องพระโรง
“เรียนท่านแม่ทัพ” เยว่ชิงประสานมือพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ข้าน้อยสั่งปิดประตูเมืองและค้นหาทั่วทั้งเมืองแล้ว แต่ไม่พบร่องรอยฮูหยิน คาดว่านางคงออกจากเมืองหลวงไปแล้ว”
กู้หวนจือมีสีหน้าเย็นชา มือหนึ่งถือถ้วยกระเบื้องสีขาวนวล พลางหมุนเล่นอย่างไม่หนักไม่เบา
“ส่งคนไปตรวจสอบนอกเมืองแล้วหรือยัง?”
“ข้าน้อยส่งทุกกองออกลาดตระเวนตลอดทั้งคืนแล้วขอรับ”
เยว่ชิงกล่าว “แต่ถนนหนทางนอกเมืองหลวงมีนับไม่ถ้วน แม้แต่เมืองใกล้ ๆ ก็มีทั้งเมืองยงและเหลียงโจว หากจะค้นหาให้ทั่วคงต้องใช้เวลาไม่น้อย”
“เช่นนั้นก็ส่งคนไปเพิ่ม”
กู้หวนจือเอ่ยเสียงเย็น “ต่อให้ต้องอดหลับอดนอน พลิกแผ่นดินค้นหา ก็ต้องตามหาฮูหยินให้พบโดยเร็วที่สุด”
“ข้าน้อยรับบัญชา!”
