*
ตอนแรกหยุนอู้ไม่ได้คิดว่ามีอะไร เพราะเธอรู้ว่าตอนนี้ลู่หวังยังมองไม่เห็น เขาจับมือเธอไว้ก็เพื่อให้เธอพาเดินได้สะดวก
แต่...ตอนที่เธอกับลู่หวังลงมาจากลิฟต์ส่วนตัวบนชั้นบนสุด พวกเขาก็เจอพนักงานคนอื่น ๆ ของบริษัทเครือลู่เข้า
“คุณลู่กับคุณนายดูรักกันดีจังเลยนะ...”
หยุนอู้ได้ยินเสียงพนักงานหญิงคนหนึ่งพูดกับคนข้าง ๆ เธอรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าพวกนั้นน่าจะเข้าใจอะไรผิดไป
“ฉันไม่ใช่—”
หยุนอู้เบี่ยงตัวไป ตั้งใจจะอธิบายสักประโยค แต่จู่ ๆ ลู่หวังที่อยู่ข้างกายก็โอบไหล่เธอแล้วดึงให้หันกลับมา
“ขึ้นรถเถอะ”
เสียงของลู่หวังเย็นชาแต่ไพเราะ เขาโอบไหล่เธอไว้ข้างเดียว ท่าทางของทั้งคู่ในสายตาคนนอกดูสนิทสนม ราวกับเป็นคู่รักหนุ่มสาวที่รักกันหวานชื่น
รถหรูที่หานสิงขับมาจอดตรงหน้าหยุนอู้แล้ว ประตูเบาะหลังเปิดออกด้วย เธอจึงจำต้องขึ้นไปนั่ง
หลังขึ้นรถแล้ว หยุนอู้ก็อดเอ่ยกับลู่หวังที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้
“คุณลู่ เมื่อกี้ฉันได้ยินคนในบริษัทเรียกฉันว่าคุณนาย พวกเขาเข้าใจความสัมพันธ์ของเราผิดไปหรือเปล่าคะ...”
“ตอนที่คุณโทรหาผมวันนี้ ผมกำลังประชุมอยู่ พวกเขาได้ยินที่ผมพูดเข้า คงคิดว่าเราแต่งงานกันแล้วกระมัง”
ลู่หวังก้มตาลงเล็กน้อย ทำท่าครุ่นคิด หานสิงที่กำลังขับรถอยู่ด้านหน้าถึงกับอดไอออกมาสองครั้งไม่ได้ เพราะการแสดงของเจ้านาย
“แต่ง...แต่งงานเหรอคะ? เราเนี่ยนะ?”
