*
กู้ซิงหรานได้ยินเสียงของหยุนอู้ชัดเจนว่ามีแววสะอื้นเจืออยู่เล็กน้อย
หยุนอู้เองก็ไม่รู้ว่าทำไม จู่ ๆ ถึงเผลอขยับไปยืนปกป้องกู้ซิงหรานไว้เบื้องหน้า
นางคิดว่าอากาศหนาวถึงเพียงนี้ หากกู้ซิงหรานต้องอยู่ข้างนอก ไม่แน่ว่าอาจหนาวตายก็ได้
ยิ่งไปกว่านั้น หากเขาถูกขายไปอีก ก็ไม่รู้ว่าจะเจอคนแบบไหนเข้า หากเกิดเรื่องขึ้นมาจะทำอย่างไร…
คนทั้งจวนต่างรู้ว่าคุณหนูหยุนเป็นคนที่น้ำตารื้นได้ง่ายที่สุด แม้จะเชิญหมอมาตรวจแล้วก็ยืนยันว่าไม่ได้ป่วย คุณหนูเพียงมีร่างกายที่หลั่งน้ำตาง่ายเท่านั้น
ยามนี้ดวงตาคู่หนึ่งของหยุนอู้แดงเรื่อเล็กน้อย หยาดน้ำใสในขอบตายังคงวาวระยับ
“ท่านพ่อ ข้าอยากให้เขาอยู่เป็นเพื่อนข้า…”
ภาพนั้นทำเอาหยุนหยวนไว่ผู้เป็นบิดาใจแทบสลาย
“ได้ ๆ ๆ ลูกสาวพ่อไม่ร้องแล้วนะ ให้อยู่ ๆ! พ่อจะไม่ยอมให้แม่ค้าคนกลางมารับตัวเขาไปแน่นอน!”
หยุนหยวนไว่โบกมือพลางรีบสั่งให้ไฉ่เวยไปเอาผ้าเช็ดหน้ามาให้หยุนอู้ซับน้ำตา
หยุนอู้ยิ้มทั้งน้ำตา ไม่ทันได้ขอบคุณบิดา ก็รีบหันไปถามกู้ซิงหราน
“ข้ายังไม่ได้ถามเจ้าให้ดีเลย เจ้าเต็มใจอยู่ที่นี่กับข้าจริง ๆ หรือ? ข้าไม่ถือว่าเจ้าเป็นบ่าวหรอก หากอยู่กันตามลำพัง เจ้าจะเรียกข้าว่าพี่หญิงก็ได้ ต่อไปเรายังอ่านหนังสือและเรียนเขียนอักษรด้วยกันได้…”
ดวงตาของหยุนอู้ยังแดงเรื่อเป็นประกาย ในนั้นมีความคาดหวังจาง ๆ
ดวงตาดำสนิทของกู้ซิงหรานชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเขาจะเอ่ยขึ้นว่า
“ข้า…เต็มใจอยู่ข้างกายคุณหนู”
เสียงของเขาในวันนี้ไม่แหบพร่าเหมือนก่อนแล้ว กลับฟังไพเราะอยู่หลายส่วน ทั้งไม่เหมือนเสียงเป็ดอีกด้วย
