*
เพียงแตะกันแผ่วเบาแล้วผละจากไปในชั่วพริบตา หยุนอู้ก็กลั้นหายใจ แม้แต่ตัวเธอเองยังนึกไม่ถึงว่าจะกล้าทำเรื่องแบบนั้นลงไป
เธอเห็นสีหน้าของลู่หวังคล้ายชะงักงัน จึงคิดว่าท่าทีเมื่อครู่อาจเบาเกินไปจนเขาไม่ทันสังเกต
หยุนอู้ลองขยับเข้าไปหาอีกครั้ง แล้วแตะมุมปากของเขาเบา ๆ จากนั้นก็กลืนน้ำลาย ก่อนรวบรวมความกล้าเอ่ยว่า
“ฉันไม่ได้เกลียดคุณ...”
เสียงของเธอแผ่วเบา แก้มแดงระเรื่อ ดูเขินอายอยู่บ้าง เธอทำอะไรไม่ถูกจึงกำมือแน่น แต่เมื่ออยู่ใต้สายตาของลู่หวัง สุดท้ายก็ยังพยักหน้าเบา ๆ
แล้วเอ่ยด้วยเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินว่า
“เราคบกันเถอะ แต่คุณยังเรียกฉันว่าภรรยาไม่ได้หรอก ถ้าคนอื่นได้ยินเข้าคงไม่ดี...”
เสียงของหยุนอู้เบาหวิว เธอกะพริบขนตาพลางแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา แล้วมองไปทางอื่น
ทีแรกเธอคิดว่าลู่หวังคงฟังไม่ชัด แต่ไม่คิดเลยว่าวินาทีต่อมาเขาจะโน้มตัวลงมา วางคางไว้ตรงซอกคอของเธอ
หยุนอู้เบิกตากลมมองเพดาน รับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของลู่หวังที่อยู่ตรงลำคอ
เธอตื่นเต้นจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นตึกตัก
หยุนอู้เริ่มนึกเสียใจขึ้นมาทันที รู้อย่างนี้ไม่น่าพูดออกไปเลย พูดออกมาแล้วน่าอายชะมัด...
ขณะที่หยุนอู้กำลังคร่ำครวญอยู่ในใจ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำแสนไพเราะของลู่หวัง
เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น หยุนอู้จึงเห็นรอยยิ้มลึกซึ้งปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มนั้นราวกับช่วยขจัดความเย็นชาที่เคยฉายอยู่ในแววตาและคิ้วของเขาไปจนหมด
