*
ราตรีมืดมิดทั่วทั้งตำหนักฉางเล่อเงียบสงัด หรงจิ่นกลับจากประตูลับมายังห้องบรรทมของหยุนอู้
นางถอดชุดสตรีออกแล้วเปลี่ยนเป็นชุดนอนตัวหลวม รวบผมยาวขึ้น ใบหน้าที่ล้างเครื่องประทินโฉมและชาดทาปากออกจนหมดดูสงบนิ่งและงามสง่า
เครื่องหน้าของนางงดงาม ทว่ามิได้อ่อนหวานหมดจดเหมือนยามสวมชุดสตรี กลับมีความองอาจเฉียบคมอย่างบุรุษเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน
หรงจิ่นก้าวข้ามฟูกที่ปูอยู่บนพื้น ตรงไปยังเตียงนอน
นางยกมือแหวกม่านที่ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ ก่อนขึ้นไปบนเตียง ในห้องสลัว ใบหน้ายามหลับของหยุนอู้ดูงดงามเป็นพิเศษ ลมหายใจสม่ำเสมอ บ่งบอกว่านางเข้าสู่ห้วงนิทราแล้ว
หรงจิ่นนอนลงด้านนอกของเตียง แล้วยกมือรวบกายเล็ก ๆ เข้ามาแนบอกอย่างชำนาญ
บางทีตอนที่นางเลิกผ้าห่มแล้วเข้ามา ลมเย็นจากด้านนอกคงลอดเข้ามาในผ้าห่มด้วย
“หนาว...”
หยุนอู้ที่กำลังหลับสะลึมสะลือครางงึมงำสองครั้ง ก่อนจะขยับเข้าไปซุกอกหรงจิ่น คล้ายเข้าใจว่านางเป็นถุงน้ำร้อน
ในความมืด มุมปากของหรงจิ่นแต้มรอยยิ้มบาง ๆ นางยกมือขึ้นลูบศีรษะอีกฝ่ายเบา ๆ ราวกับปลอบประโลม
“เด็กดี นอนเถิด...”
องค์หญิงตัวหอมนุ่มนิ่มกำลังหลับสนิท จึงไม่ได้ยินสิ่งที่หรงจิ่นพูดแม้แต่น้อย นางซุกอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่าย หลับลึกในจุดที่อบอุ่นที่สุด
หรงจิ่นเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ร่างกายจึงมีกลิ่นหอมเย็นเฉพาะตัว ส่วนหยุนอู้เองก็มีไอหอมเย็นนั้นติดกายอยู่บ้าง
หรงจิ่นกอดหยุนอู้ไว้ แล้วก้มหน้าซบตรงซอกคอนาง สูดกลิ่นหอมก่อนเผยสีหน้าพึงพอใจ
