*
“ชีพจรหัวใจเสียหายหรือ? ฟังดูเหมือนจะร้ายแรงมาก...”
หยุนอู้กะพริบดวงตาใสกระจ่างอย่างประหลาดใจ สายตางดงามกวาดมองฉีเหยียนตั้งแต่หัวจรดเท้า ทว่าอาภรณ์ขาวพลิ้วไหวของเขาดูคล้ายอยู่ในห้วงฝัน มิได้มีท่าทีบาดเจ็บตรงไหน
“เพราะข้าถอนเลือดจากหัวใจมาหยดลงบนป้ายหยกที่มอบให้เจ้า จึงจะรู้ได้ตลอดเวลาว่าเจ้าอยู่ที่ไหนและปลอดภัยดีหรือไม่ ตอนนี้ข้าก็เลยบาดเจ็บอยู่บ้าง”
“เลือดจากหัวใจหรือ?”
หยุนอู้มีสีหน้าประหลาดใจ มิน่าเล่า นางเพิ่งเดินออกจากสำนักโอสถก็พบฉีเหยียนเข้าเสียแล้ว
“ใช่ ในวังสวรรค์มีคนบางส่วนที่ไม่ค่อยชอบพวกเผ่าปีศาจ หากเจ้าถูกรังแก ข้าก็จะได้รีบไปช่วยทัน”
ฉีเหยียนเอ่ยพลางหลุบตาลง เขายกมือเรียวยาวขาวผ่องขึ้นมาวางแตะตรงตำแหน่งหัวใจอย่างแผ่วเบา
ดวงตาของฉีเหยียนยังคงสงบนิ่งอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา จากนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นราวกับไม่ใส่ใจนักว่า
“การถอนเนื้อหัวใจเจ็บปวดราวกับถูกดึงเส้นเอ็นแล่กระดูก แต่เจ้าเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของอาจารย์ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่อาจารย์ควรทำ”
“ดะ...ดึงเส้นเอ็นแล่กระดูกหรือ?”
ร่างบอบบางของกระต่ายน้อยสั่นสะท้าน นางมองตำแหน่งหัวใจที่ฉีเหยียนใช้มือแตะเอาไว้
แค่คิดก็รู้แล้วว่าต้องเจ็บแค่ไหน!
ลูกกระเดือกของฉีเหยียนขยับเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ นั่งลงบนตั่งนุ่ม ดวงตางดงามทอดมองหยุนอู้
ความจริงแล้วเขาเป็นเผ่าเทพ มิใช่เซียนที่มีร่างเนื้อ การถอนเลือดจากหัวใจแม้จะเจ็บอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นดึงเส้นเอ็นแล่กระดูก...
