*
หยุนอู้นั่งอยู่บนเตียงในห้องนอน พยายามข่มมือที่สั่นเทาให้วางโทรศัพท์อย่างเรียบร้อย
เธอไม่กล้าทำอย่างอื่นอีก เพราะเสินหวยมองเห็นทุกการเคลื่อนไหวของเธอในห้องนอน
แต่โชคดีที่เมื่อครู่ตอนเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอพบว่าไม่มีเสียงดังออกมา
หยุนอู้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ตรงทางเดิน เสินหวยย่อตัวลงตรงหน้าเธอแล้วช่วยสวมรองเท้าแตะให้
ตอนนั้นเธอกลัวมาก ไม่กล้าอยู่ต่อเพราะกลัวว่าเสินหวยจะจับพิรุธได้ จึงขานรับส่ง ๆ สองครั้งแล้วรีบวิ่งกลับห้องตัวเอง
หลังจากล็อกประตูห้องแล้ว เธอถึงค่อยนั่งลงบนเตียงอย่างหวาดหวั่น
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าในห้องนอนมีกล้องวงจรปิด หัวใจที่เพิ่งสงบลงก็กลับเต้นระทึกอีกครั้ง
เธอควรบอกเรื่องนี้กับแม่ไหม?
ไม่ ไม่ได้ เธอบอกแม่ไม่ได้ แม่เพิ่งแต่งงานใหม่และได้พบความสุขมาอย่างยากลำบาก เธอกลัวว่าตัวเองจะทำให้แม่ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากใจ
หยุนอู้นึกทบทวนตำแหน่งและมุมกล้อง ก่อนจงใจนั่งหันหลังให้มัน มือสั่นเทากดโทรหา หลินเสี่ยวเสี่ยว
ไม่นานอีกฝ่ายก็รับสาย
“ฮัลโหล หยุนอู้เหรอ?”
เสียงร่าเริงสดใสของหลินเสี่ยวเสี่ยวดังมาจากปลายสาย หยุนอู้กำโทรศัพท์แน่นราวกับกำลังคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้
“เสี่ยว...เสี่ยวเสี่ยว ตอนนี้อยู่บ้านไหม?”
“ลืมแล้วเหรอ? วันนี้ฉันมาเที่ยวเมืองเอไง!”
เสียงหลินเสี่ยวเสี่ยวฟังดูเริงร่า ในสายยังมีเสียงจอแจจากสภาพแวดล้อมรอบตัวเธอ
หัวใจของหยุนอู้เย็นวาบไปครึ่งดวง ข้างนอกฝนตก เสินหวยไม่ยอมให้เธอออกจากบ้าน เธอคิดจะอ้างชื่อหลินเสี่ยวเสี่ยวเพื่อหาข้ออ้างไปพักที่บ้านอีกฝ่าย
