*
วันต่อมา ทุกคนต่างกลับไปที่สถาบัน ส่วนไป๋ลู่ลู่ก็ถูกคนในครอบครัวมารับตัวกลับไป
อันซินแอบเอาเงินพ่อแม่ไปเข้าร่วมงานเลี้ยงบนเรือสำราญ จึงไม่กล้ากลับบ้านไปหลบกระแสก่อน
เธอทำได้เพียงตัวสั่นงันงกกลับมาที่สถาบัน ตอนเดินเข้าห้องเรียน ขาทั้งสองข้างยังสั่นไม่หยุด
คนรอบข้างต่างมองอันซินพร้อมพูดถึงเรื่องของเธอกับไป๋ลู่ลู่อย่างไม่คิดปิดบัง
ใบหน้าของอันซินซีดเผือด เธอเดินโซเซไปนั่งลงที่โต๊ะของตัวเอง
“ไม่นึกเลยนะว่านักเรียนที่รับเข้ามาเป็นกรณีพิเศษคนนี้จะเที่ยวเก่งขนาดนี้!”
“นั่นสิ ถ้าไม่ได้เห็นกับตาว่าเธอกับไป๋ลู่ลู่และผู้ชายหลายคนนอนอยู่ในห้องส่วนตัว ฉันก็คงดูไม่ออกจริง ๆ”
“จิ๊ ๆ เธอกล้าทำได้ยังไงกันนะ? ถ้าเรื่องแพร่ออกไป สถาบันของเราขายหน้าหมดแน่!”
อันซินได้ยินเสียงเยาะเย้ยและรังเกียจที่ดังชัดมาจากรอบตัว จึงกำหมัดทั้งสองข้างแน่น
เมื่อวานหลังจากเธอกับไป๋ลู่ลู่ถูกคนของเสินหวยพาตัวไป ก็ถูกโยนเข้าไปในห้องส่วนตัวที่ไป๋ลู่ลู่จัดเตรียมไว้ให้หยุนอู้ล่วงหน้า
ไม่คิดเลยว่าผู้ชายหลายคนในห้องนั้นจะถูกเสินหวยสั่งให้วางยาด้วย เธอกับไป๋ลู่ลู่ร้องเรียกฟ้าฟ้าก็ไม่ตอบ ร้องเรียกดินดินก็ไม่ขาน
หลังผ่านค่ำคืนอันบ้าคลั่ง พนักงานทำความสะอาดก็มาเปิดห้องส่วนตัวในตอนเช้า
ภาพของเธอกับไป๋ลู่ลู่ในสภาพนั้นมีคนมามุงดูไม่น้อย แถมในเว็บบอร์ดของสถาบันก็เต็มไปด้วยเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเธอเมื่อคืน
คราวนี้เรียกว่าหวังขโมยไก่ แต่กลับเสียข้าวสารไปทั้งกระสอบ!
ใต้ตาของอันซินคล้ำช้ำ แววตาคู่นั้นฉายประกายเย็นเยียบราวกับเคลือบยาพิษ
“หยุนอู้...”
อันซินกัดฟันเค้นชื่อหยุนอู้ออกมา หากไม่ใช่เพราะเธอ ตัวเองคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้!
พอนึกถึงภาพที่ตัวเองพัวพันอยู่กับผู้ชายพวกนั้นเมื่อคืน อันซินก็รู้สึกขยะแขยงจนตัวสั่นไปทั้งร่าง
