*
สำนักศึกษาสตรีเมืองหลวงสร้างเสร็จอย่างเป็นทางการและเริ่มรับสตรีเข้าศึกษา ขณะที่สำนักศึกษาสตรีในแต่ละพื้นที่ก็กำลังทยอยสร้างเสร็จเช่นกัน
หยุนอู้เป็นสตรีเพียงคนเดียวในราชสำนักที่ดำรงตำแหน่งขุนนางระดับสูงในขณะนี้ ทุกคำพูดและทุกการกระทำของนางจึงตกอยู่ในสายตาของผู้คนทั้งหลาย
นางยังคงเข้าประชุมราชสำนักอย่างขยันขันแข็งทุกวัน ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังโดยไม่เอนเอียงไปฝ่ายใด ขุนนางหัวเก่าหลายคนที่เคยไม่ยอมรับนางต่างก็ละทิฐิ แล้วเริ่มมองขุนนางหญิงผู้นี้อย่างจริงจัง
เมื่อสำนักศึกษาสตรีสร้างเสร็จ บรรดาสตรีจากตระกูลใหญ่ที่มีฟางสือเวยเป็นผู้นำก็เข้าเรียนอย่างเป็นทางการ ในปีเดียวกัน การสอบคัดเลือกขุนนางก็มีสตรีเข้าร่วมเป็นครั้งแรกเช่นกัน
หลังการสอบช่วงฤดูใบไม้ร่วงผ่านพ้นไป ในราชสำนักก็มีขุนนางหญิงเพิ่มขึ้นอีกสองคน ทั้งคู่เป็นผู้ที่สอบผ่าน
ฤดูหนาวผ่านไป ฤดูใบไม้ผลิกลับมาอีกครั้ง หยุนอู้กับเซี่ยหลิงกำลังจะแต่งงานกัน
ก่อนหน้านั้นเซี่ยหลิงมักใกล้ชิดกับหยุนอู้เฉพาะเวลาที่อยู่กันตามลำพังเท่านั้น ต่อหน้าผู้อื่น ทั้งสองยังคงรักษาระยะห่างระหว่างฮ่องเต้กับขุนนางเอาไว้ คนรอบข้างจึงคิดว่าฮ่องเต้ทรงให้ความสำคัญกับหยุนอู้เป็นพิเศษ
เพราะหยุนอู้ยังไม่อยากแต่งงานเร็วเกินไป เซี่ยหลิงจึงอดทนไม่แสดงความรักอย่างเปิดเผย เพื่อไม่ให้ผู้คนเอาไปนินทา
เขายังใส่ใจมากว่าบุรุษคนใดเข้าใกล้หยุนอู้ กระทั่งต่อมากลายเป็นหึงหวงแม้แต่สตรีที่สนิทสนมกับนาง
แต่โชคดีที่เซี่ยหลิงเพียงพร่ำบ่นกับหยุนอู้เป็นการส่วนตัว ไม่เคยใช้วิธีบีบบังคับห้ามนางพูดคุยหรือพบปะกับใคร