ยามดึก จวนแม่ทัพยังสว่างไสว เพราะแม่ทัพกู้พาฮูหยินที่หนีไปนานกว่าหนึ่งเดือนกลับมาเมื่อคืนนี้
ขณะนี้ภายในห้องนอน กู้หวนจือนั่งอยู่ข้างเตียง มองหยุนอู้ที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า เขาไม่ได้พบอาอู้ของตนมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว นางดูผอมลงเล็กน้อย แต่ก็ยังงดงามเหมือนเดิม
ตอนนั้นเอง ฝูหลิงก็พอหมอประจำจวนเข้ามา หมอเพิ่งจะเตรียมคำนับ กู้หวนจือก็เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
“ไม่ต้องคำนับ รีบตรวจดูทีว่าฮูหยินเป็นอะไร เหตุใดจึงหลับไม่ยอมตื่น?”
กู้หวนจือขมวดคิ้วกล่าว หมอประจำจวนรีบหิ้วหีบยาเดินเร็ว ๆ เข้ามา
“บาดเจ็บหรือ? ป่วยหรือ? หรือถูกพิษ?”
กู้หวนจือขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล คำถามติด ๆ กันของเขาทำให้หมอประจำจวนเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก
“เอ่อ...ขอท่านแม่ทัพโปรดให้ข้าน้อยตรวจชีพจรฮูหยินก่อน แล้วค่อยวินิจฉัยขอรับ”
หมอประจำจวนกล่าวพลางยกมือเช็ดเหงื่อ เมื่อได้รับอนุญาตจากแม่ทัพกู้แล้ว จึงคุกเข่าลงข้างเตียงเพื่อตรวจชีพจรหยุนอู้
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
“รอ...รอสักครู่ขอรับ...”
เหงื่อหยดจากหน้าผากหมอประจำจวน เขาเพิ่งแตะชีพจรเอง แม่ทัพของเขาก็ร้อนใจถามเสียแล้ว
คิดว่าเขาเป็นเซียนหรืออย่างไร?
หมอประจำจวนรวบรวมสมาธิ ตั้งใจตรวจชีพจร ส่วนกู้หวนจือนั่งกระวนกระวายอยู่ข้าง ๆ
เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง หมอประจำจวนจึงประสานมือคำนับกู้หวนจือ ก่อนกล่าวว่า
“ท่านแม่ทัพ ฮูหยินไม่เป็นอะไรมาก แค่ตกใจ อีกทั้งยังเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางตลอดคืน จึงกระทบครรภ์เล็กน้อยเท่านั้นขอรับ”
