*
เช้าวันรุ่งขึ้น ภายในตำหนักบรรทมของวังเสวียนซวงเงียบสงัด
บนเตียงกว้างมีหญิงงามนอนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง ผืนผ้าปกปิดเรือนร่างงดงามได้เพียงหมิ่นเหม่ ใบหน้าขาวผ่องอ่อนนุ่มเผยความเหนื่อยล้า
ชายหนุ่มรูปงามที่ตื่นแต่เช้านั่งอยู่ข้างเตียง เขาร่ายเวทเสกเสื้อผ้าสตรีออกมาเรียบร้อยแล้ว
“อาอู้?”
ฉีเหยียนเรียกเสียงแผ่ว ทว่าหยุนอู้ยังคงหลับตาไม่ตื่น ครั้นได้ยินเสียงเรียก นางก็เพียงครางเบา ๆ อย่างอ่อนแรง ก่อนจะนิ่งไปอีกครั้ง
ฉีเหยียนหัวเราะแผ่วเบา ยื่นมือไปค่อย ๆ เปิดผ้าห่มที่คลุมร่างนาง จากนั้นก็หยิบเสื้อผ้าชิ้นในสุดออกมาด้วยท่าทางชำนาญ
ในวังเสวียนซวงไม่มีนางกำนัลคอยรับใช้ อีกทั้งเขาก็ชอบลงมือทำด้วยตนเองมาแต่ไหนแต่ไร
หยุนอู้ที่ยังสะลึมสะลือพอจะรู้สึกได้ราง ๆ ว่ามีบางอย่างเคลื่อนไหว คล้ายมีคนกำลังสวมเสื้อผ้าให้นาง
แต่ตอนสวมกลับไม่ยอมอยู่นิ่งเสียเลย บางครั้งนางก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนใช้ทั้งมือและปาก
ในที่สุด เมื่อชายหน้าด้านผู้นั้นก้มลงมาเป็นครั้งที่นางเองก็ไม่รู้ว่านับได้กี่ครั้ง หยุนอู้ก็ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
ดวงตากลมใสพร่าเล็กน้อยมองฉีเหยียนที่นั่งอยู่ข้างเตียง กำลังช่วยนางสวมชุดกระโปรง
“เหตุใดท่านไม่ใช้เวทเล่า?”
ความง่วงของหยุนอู้หายไปกว่าครึ่งในพริบตา แก้มขาวผ่องแดงระเรื่อ นางรีบห้ามฉีเหยียนไม่ให้ทำขั้นตอนต่อไป
นางลุกพรวดขึ้นนั่งบนเตียง รีบรวบสาบเสื้อให้เรียบร้อย แล้วจึงพบว่าฉีเหยียนสวมเสื้อผ้าชั้นในให้นางเสร็จหมดแล้ว
“เราสองคนแต่งงานกันแล้ว นี่เป็นสิ่งที่สามีควรทำ จะใช้เวทให้ทำแทนไปไย?”
