*
เสียงคุ้นเคยอันเย็นใสดังขึ้น หยุนอู้หันไปมอง คนที่หิ้วร่างนางขึ้นมาคือฉีเหยียน
เขามีใบหน้าคมคายเย็นชาดุจภาพวาด มือข้างหนึ่งไพล่ไว้ด้านหลัง ส่วนอีกข้างหิ้วกระต่ายน้อยไว้ได้อย่างมั่นคง
“ท่าน...ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่”
“อาอู้ลืมไปแล้วหรือ? บนป้ายหยกที่ติดตัวเจ้ามีโลหิตจากหัวใจของอาจารย์อยู่”
เสียงของฉีเหยียนยังคงเย็นชา หยุนอู้ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีเรื่องนี้อยู่
แย่แล้ว แย่จริง ๆ เมื่อครู่นางดันลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
ฉีเหยียนก้มสายตามองกระต่ายขาวตัวน้อยที่ถูกเขาหิ้วหนังคอไว้
บนหัวของนางยังผูกผ้าผืนเล็กไว้ปิดบังอยู่ ศีรษะกระต่ายกลมป้อมน่ารัก
ฉีเหยียนยื่นมือข้างที่ไพล่หลังออกมา แล้วค่อย ๆ ดึงผ้าที่คลุมศีรษะนางออกอย่างไม่เร่งรีบ
“ถึงเวลากลับวังกับอาจารย์แล้ว...”
“ไม่ไป ไม่ไป!”
หยุนอู้รีบดิ้นรน แต่ถูกฉีเหยียนหิ้วลอยอยู่กลางอากาศจนมือเท้าดิ้นไม่หลุด ดวงตาที่แดงอยู่แล้วก็ยิ่งแดงขึ้นไปอีก
“ท่านหลอกข้า ข้าไม่กลับไปแต่งงานแล้ว! ข้าจะกลับไปหาท่านราชาปีศาจกับราชินีปีศาจ!”
“เจ้ารู้หมดแล้วหรือ?”
ฉีเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางยกมือขึ้นลูบศีรษะกระต่ายของหยุนอู้ แล้วก็พบในทันทีว่านางมีรากรักแล้ว
“ทั้งเรื่องรักษาบาดแผล ทั้งเรื่องตั้งครรภ์ ล้วนหลอกข้าทั้งนั้น ฮึ! ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า!”
เสียงของหยุนอู้เจือสะอื้น นางดิ้นรนสุดแรงทั้งมือทั้งเท้า
นางโกรธจริง ๆ แล้ว!
เหล่าทหารยามทางประตูสวรรค์ทิศใต้หันหลังให้พวกเขา จึงไม่ได้ยินอะไร อีกทั้งแถวนี้ก็ไม่มีใครเดินผ่านเมื่อครู่
