*
“ข้าไม่ได้ขโมยของเสียหน่อย!”
หยุนอู้กำป้ายหยกเนื้อวาวไว้ในมือแล้วเอ่ยขึ้น นางยังไม่เคยพบคนผู้นี้ในวังสวรรค์มาก่อน จึงไม่รู้ว่าเป็นเซียนหญิงจากที่ใด
“นี่เป็นของที่อาจารย์ให้ข้า”
“อาจารย์หรือ?”
หลิงอวิ๋นขมวดคิ้วน้อย ๆ ในใจพลันตระหนก ก่อนจะเข้าใจฐานะของหญิงงามตรงหน้า
“เจ้าก็คือ…ปีศาจจิ้งจอกที่จอมเทพฉีเหยียนพากลับมาหรือ?”
“ข้าเป็นกระต่ายปีศาจตัวน้อย…”
หยุนอู้หลุบตาลงพึมพำ ก่อนจะนำป้ายหยกไปห้อยไว้ที่เอวอย่างบรรจง
แววเสียดายวูบผ่านดวงตาของหลิงอวิ๋น ก่อนหน้านี้เมื่อแดนมารบุกโจมตี นางเป็นผู้รับผิดชอบดูแลเวรยามบริเวณวังสวรรค์แห่งนี้ จึงจงใจทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ปล่อยให้คนจากแดนมารลอบเข้ามาได้
เพราะนางรู้ว่าบริเวณนี้อยู่ใกล้วังเสวียนซวงที่สุด อีกทั้งคนจากแดนมารล้วนใจเหี้ยมอำมหิต นางคิดว่าหากอาศัยโอกาสนี้กำจัดปีศาจน้อยในวังได้ก็คงดี
ทว่าอีกฝ่ายกลับยังปรากฏตัวอยู่ตรงหน้านางอย่างปลอดภัย
ในเวลานั้นเอง แสงวิชาเซียนวาบขึ้นตรงประตูวังเสวียนซวง ฉีเหยียนในชุดขาวดุจสายลมกระจ่างจันทร์ก็ปรากฏตัวขึ้นทันที
“อาอู้”
เสียงของเขาใสเย็น หยุนอู้ได้ยินแล้วก็รีบวิ่งเข้าไปหารวดเร็ว ร่างเล็ก ๆ ของนางทะลุผ่านม่านพลังกั้นชั้นนอกได้อย่างไร้อุปสรรค
“จอมเทพ…”
เมื่อเห็นฉีเหยียนปรากฏตัว หลิงอวิ๋นก็เผยรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง ทว่ายังเดินไปข้างหน้าไม่ทันถึงสองก้าวก็ถูกม่านพลังกั้นขวางไว้
นางยืนอยู่ด้านนอก มองหยุนอู้ที่ผ่านเข้าไปได้อย่างง่ายดาย บัดนี้อีกฝ่ายยืนอยู่ข้างกายฉีเหยียนแล้ว
