*
เสียงนุ่มนิ่มของหยุนอู้ดังขึ้น แววตาสีอ่อนของฉีเหยียนพลันฉายประกายคลุมเครือ
จากนั้นเขาก็วางฝ่ามือใหญ่ลงบนแผ่นหลังของนาง ลูบไล้ขนกระต่ายตามแนวสันหลังอย่างเชื่องช้า
“อืม นุ่มมาก”
ฉีเหยียนเอ่ยเสียงเรียบ มือใหญ่เรียวยาวขาวผ่อง ข้อนิ้วเด่นชัด สัมผัสของเขาหนักเบากำลังดี
หยุนอู้หมอบอยู่บนตักฉีเหยียน เผยสีหน้าผ่อนคลายสบายใจ การลูบขนไปตามแนวแบบนี้สบายจริง ๆ ด้วย
นางเผลอใช้หูฟูฟ่องถูไถกับฝ่ามือของฉีเหยียน ทำให้เขาเปลี่ยนมาลูบหูกระต่ายสีชมพูอ่อนปนขาวคู่นั้นแทน
หยุนอู้พลันรู้สึกซาบซ่านวาบหวิวไปทั้งใจ ทั้งสบายและชวนให้รู้สึกแปลกประหลาด
แต่สมองกระต่ายของนางก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง จึงรีบฉวยโอกาสตอนฉีเหยียนกำลังเอ็นดูนาง เริ่มทำตามแผนข้อที่สี่
“ท่านอาจารย์ เผ่าปีศาจของเรามีกระต่ายปีศาจอย่างข้าอยู่มากมายเลย ทั้งยังมีปีศาจแมว ปีศาจจิ้งจอก... พวกเราหลายตนล้วนเป็นปีศาจดีมีเมตตา”
กระต่ายน้อยหมอบอยู่บนตักของเทพผู้สูงส่งแห่งแดนสวรรค์ เอ่ยเสียงนุ่มนิ่มพลางขยับหูอย่างกระตือรือร้น
“แต่ปีศาจตัวเล็กอ่อนแอส่วนใหญ่มักถูกรังแกจากเผ่าอื่นอยู่บ่อย ๆ...”
“อย่างนั้นหรือ?”
ฉีเหยียนเอ่ยเสียงเรียบ มือยังคงนวดหูกระต่ายด้วยแรงพอดี ส่วนอีกมือจับเท้ากระต่ายข้างหนึ่งของนางไว้
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว”
หยุนอู้รีบพยักหน้า ในใจขบคิดอย่างหนักว่าจะพูดอย่างไรดี
นางได้ยินชิวเหิงเล่าว่า เมื่อไม่กี่วันก่อนทะเลตะวันออกเกือบถูกแดนมารเข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ยังดีที่แดนสวรรค์ยื่นมือเข้าช่วย
เมื่อหลายร้อยปีก่อน ก่อนที่เผ่าพันธุ์สัตว์น้ำแห่งสี่สมุทรจะยอมสวามิภักดิ์ต่อแดนสวรรค์ พวกเขาเคยถูกจอมมารรุ่นก่อนหน้าบุกโจมตี เกือบจะสูญสิ้นทั้งเผ่า ยังดีที่แดนสวรรค์ส่งกองกำลังมาช่วยเหลือ จึงรักษาความสงบสุขของเผ่าพันธุ์สัตว์น้ำไว้ได้
