*
หลังรับประทานอาหารเสร็จ ทุกคนก็ทยอยกันเดินออกจากโรงแรม ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว ด้านนอกมืดสนิท
หยุนอู้เดินตามฟู่หานจือไม่ห่าง บริเวณบันไดค่อนข้างมืด ตอนก้าวลงบันไดขั้นสุดท้ายเธอเกือบสะดุดล้ม
“ระวังหน่อย”
เสียงเย็นชาของฟู่หานจือดังขึ้น เมื่อครู่เขายื่นมือมาประคองข้อมือเธอไว้ เธอจึงยืนได้มั่นคงตอนลงบันได
หยุนอู้ยังไม่ทันได้กล่าวขอบคุณ ก็ได้กลิ่นน้ำหอมฉุนจัดเสียก่อน
ที่แท้เฉินม่านเร่งฝีเท้าตามมาจากด้านหลัง เธอเดินไปอยู่อีกข้างของฟู่หานจือ แล้วเดินเคียงข้างเขา
“อาจารย์ฟู่พักโรงแรมไหนคะ? แวะไปส่งฉันหน่อยได้ไหมคะ ผู้ช่วยฉันเลิกงานกลับบ้านไปแล้ว”
“ไม่ผ่านทาง”
ฟู่หานจือตอบเสียงเรียบ ขยับเข้าหาหยุนอู้อีกนิด จงใจเว้นระยะห่างจากเฉินม่าน
แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มืดสลัว เขาก็ยังอดขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ได้
น่ารำคาญชะมัด คนคนนี้มาคอยขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของเขากับภรรยาอยู่ได้ กลิ่นตัวเหมือนแช่น้ำหอมมาเลย ฉุนจนแทบตาย
สู้เบบี๋ของเขาไม่ได้เลย ตัวเธอมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ตามธรรมชาติ เขาชอบกอดเธอนอนที่สุด น่าเสียดายที่กลัวเธอตื่นขึ้นมาแล้วรู้ตัว จึงกอดได้แค่ช่วงสั้น ๆ ทุกครั้ง
เฉินม่านเดินตามฟู่หานจือไม่ห่าง รองเท้าส้นสูงหกเซนติเมตรกระทบพื้นดังตึก ๆ
แววตาของเธอฉายแววเจ้าเล่ห์ ก่อนแสร้งทำเป็นข้อเท้าพลิก แล้วทำท่าจะโถมเข้าหาฟู่หานจือ
แต่กลับพลาดเป้า ทว่าเธอไม่ได้ข้อเท้าพลิกจริง ๆ หลังโถมพลาดไปก็เซถอยสองก้าว ก่อนจะทรงตัวได้อย่างรวดเร็ว
