*
“อู้อู้คนดี อย่าเข้าใกล้ฟู่ฉู่หนานมากนัก...”
เสียงของเซี่ยหลิงทุ้มต่ำ ราวกับลิ้นงูที่แลบออกมาจากถ้ำมืดลึก ชวนให้ใจสั่นพรั่นพรึง
ทว่าบนใบหน้าหล่อเหลาของเขากลับประดับด้วยรอยยิ้มสงบนิ่ง หยกเขียวที่คาดหน้าผากยิ่งขับให้เขาดูอ่อนโยนขึ้นหลายส่วน
“รู้อย่างนี้แต่แรก ข้าคงไม่ให้เจ้าไปทำงานที่สำนักราชบัณฑิต เจ้าควรอยู่ข้างกายข้าตลอดเวลา...”
เซี่ยหลิงขมวดคิ้วน้อย ๆ ปลายนิ้วยาวเรียวงามค่อย ๆ ลูบไล้ริมฝีปากของหยุนอู้
จู่ ๆ เขาก็ยิ้ม ก่อนส่ายหน้าให้ตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นจึงเอ่ยราวกับยอมอ่อนข้อว่า
“ช่างเถิด ในเมื่ออู้อู้ชอบอยู่ที่สำนักราชบัณฑิต ก็อยู่ต่อไปเถิด...”
เซี่ยหลิงเอ่ยเสียงขรึม แล้วโน้มตัวไปจูบนางอีกครั้ง ราวกับเพียงเท่านี้อารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นมากแล้ว
เพราะหยุนอู้มีชาติกำเนิดจากครอบครัวยากจน ขุนนางและตระกูลผู้ดีในราชสำนักหลายฝ่ายจึงจับตามองนาง ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
เดิมทีเซี่ยหลิงคิดจะจัดให้นางมาทำงานข้างกายตน จะได้คอยปกป้องนางให้พ้นจากคมอาวุธที่มองเห็นและมองไม่เห็น
ทั้งยังช่วยเติมเต็มความปรารถนาของตน ให้ได้เห็นนางอยู่เสมอ
แต่ข่าวที่องครักษ์ลับสืบมาได้คือ นางอยากเข้าสำนักราชบัณฑิต ที่นั่นมีผู้เปี่ยมความรู้มากมาย เป็นสถานที่เหมาะแก่การเรียนรู้สำหรับขุนนางฝ่ายบุ๋นที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง
ดังนั้นเซี่ยหลิงจึงไม่อยากย้ายนางมาอยู่ข้างกายตน เพียงเพราะความเห็นแก่ตัว
