*
“ลูกไม้แบบนี้ฉันเห็นมาจนชินแล้ว ในเมื่อคุณปู่ชอบเธอ ฉันก็ไม่มีอะไรจะคัดค้าน”
ลี่เฉินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พลางมองหยุนอู้ด้วยสายตาคมกริบราวกับกำลังพินิจ รูปร่างหน้าตาสวยมาก คุณปู่ก็ยังมีรสนิยมไม่เลว
เขายกมือขึ้น ผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ยื่นสมุดเช็คเปล่าปึกหนึ่งให้ราวกับรู้ใจ ลี่เฉินเอ่ยเสียงเรียบว่า
“เราหมั้นกันก่อนเถอะ จะได้ไม่ให้คุณปู่ร้อนใจ สินสอดเธออยากได้เงินสดหรือเช็คก็เลือกได้ แต่อย่าคิดว่าจะได้ความรักจากฉัน”
อากาศในห้องส่วนตัวเงียบงันไปชั่วขณะ นอกจากลี่เฉินกับผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านหลังซึ่งไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติแล้ว
หยุนอู้กับซูอวิ้นต่างก็มีเครื่องหมายคำถามตัวโตผุดขึ้นในใจ
หยุนอู้ได้สติอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปพูดกับลี่เฉินว่า
“ขอโทษนะคะ ตอนนี้ฉันยังไม่คิดเรื่องนี้ ไม่ใช่ว่าคุณพูดว่าจะหมั้นแล้วฉันจะต้องหมั้นกับคุณเสียหน่อย”
น้ำเสียงของหยุนอู้อ่อนหวานนุ่มนวล เธอเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้นอย่างจริงจังและสงบนิ่ง
“อีกอย่าง ครอบครัวฉันก็ไม่ยอมให้ฉันแต่งงานเพื่อเชื่อมสัมพันธ์หรอกค่ะ ฉันไม่ได้เล่นเกมจับแล้วปล่อย ฉันไม่ได้คิดอะไรกับคุณจริง ๆ”
ซูอวิ้นนั่งอยู่ข้าง ๆ มองใบหน้าด้านข้างอันงดงามอ่อนหวานของน้องสาวคนเล็ก
น้องสาวของเธอเป็นคนอ่อนโยน เวลาพูดก็เสียงนุ่มนวลมาแต่ไหนแต่ไร หากถูกทำให้เสียใจก็มักจะร้องไห้จนจมูกแดง เธอจึงคอยกลัวอยู่เสมอว่าน้องจะถูกรังแก
แต่ตอนนี้น้องสาวขี้ขลาดของเธอกลับพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้ ทำให้ซูอวิ้นตระหนักว่าน้องโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
