*
อารามกลางขุนเขาลึกถูกปกคลุมด้วยราตรีพร่าเลือน ภายในวิหารพุทธะกลางลานเรือนอันลึกล้ำ แสงเทียนไหวระริก
ชายหนุ่มในอาภรณ์พระสีขาวคลุมทับด้วยจีวรสีน้ำตาลทองปักลาย นั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง หลับตาทำสมาธิอย่างสงบ
เขามีรูปโฉมหล่อเหลา ระหว่างคิ้วมีไฝชาดเม็ดหนึ่ง ประนมมือเป็นมุทราพระอมิตาภะ วางไว้เบื้องหน้า
ทันใดนั้นก็มีเสียงลมพัดผ่าน ประตูวิหารส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ก่อนเสียงฝีเท้าแผ่วเบาจะดังใกล้เข้ามาจากที่ไกล
ชายหนุ่มค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แววตาไหววูบเล็กน้อย แขนขาวเนียนคู่หนึ่งค่อย ๆ เลื้อยขึ้นมาจากแผ่นหลังของเขา
“ท่านไม่ชอบข้าจริง ๆ หรือ...”
หญิงสาวผู้มีเสน่ห์เย้ายวนพิงไหล่เขา ลมหายใจหอมละมุนดุจกลิ่นกล้วยไม้ เสียงหวานนุ่ม ร่างอ่อนช้อยแนบชิดเขา
ชายหนุ่มมองตรงไปเบื้องหน้า ยกมือขึ้นประนม ลูกประคำที่คล้องอยู่บนมือกระทบกันจนเกิดเสียงแผ่วเบา
“อย่าทำเช่นนี้อีก”
“ท่านมองข้าสักครั้งไม่ได้หรือ...”
นางพึมพำ เส้นผมสองสามปอยทิ้งตัวลงข้างใบหู ก่อนจะขยับไปอยู่ด้านข้างของชายหนุ่ม
นางสวมกระโปรงผ้าโปร่งบาง ร่างอรชรเผยให้เห็นราง ๆ แล้วเหยียดขาเรียวยาวขาวผ่องพาดลงบนตักที่เขานั่งขัดสมาธิอยู่
ชั่วขณะนั้น มือเรียวยาวของเขาก็อดกลึงลูกประคำแน่นขึ้นไม่ได้ ดวงตาที่มองตรงไปข้างหน้าเริ่มสั่นไหว
“ดึกแล้ว กลับไปเสีย”
“แต่ข้าอยากอยู่กับท่าน...”
เสียงของนางหวานนุ่ม ก่อนจะนั่งลงบนตักชายหนุ่ม เอาแขนโอบรอบลำคอแล้วเงยหน้าขึ้นอย่างกล้าหาญ หมายจะจุมพิตเขา
แต่ชายหนุ่มเบี่ยงหน้าหลบ นับลูกประคำในมือพลางพึมพำบทสวด
“ถ้าท่านยังหลบอีก ข้าจะไม่สนใจท่านแล้วนะ!”
