*
ณ ตำหนักในลานอันเงียบสงัดที่สุด ลึกเข้าไปในพระราชวังอันกว้างใหญ่ ขันทีและนางกำนัลต่างพากันถอยออกไปหมดแล้ว
ตะเกียงในตำหนักบรรทมขององค์หญิงยังคงสว่าง ชายร่างสูงใหญ่ในชุดดำแบกร่างเด็กสาวตัวเล็กในอาภรณ์หรูหราเดินไปทั่วตำหนักบรรทมกว้างใหญ่โดยไม่สนใจคำทัดทาน
“ปล่อยข้าลง!”
เด็กสาวผู้มีรูปโฉมงดงามดิ้นพล่าน เท้าทั้งสองข้างที่ยังไม่ทันสวมรองเท้าหรือถุงเท้าเตะไปมา น้ำเสียงเจือสะอื้น
รอยฟันบนข้อเท้าเรียวเล็กเด่นสะดุดตา
“ฮือ ๆ เจ้าหลอกข้า! เจ้าเป็นบุรุษชัด ๆ...”
เสียงสะอื้นของเด็กสาวนุ่มนวลและแผ่วเบา ทว่ายาฤทธิ์แรงเมื่อคืนก่อนยังไม่หมดไป ร่างกายของนางอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง ทำได้เพียงดิ้นเตะขาไปมา
“อาอู้เด็กดี อย่าขยับ ระวังตกลงไป...”
เสียงของชายหนุ่มทุ้มต่ำ ฝีเท้าไม่ได้หยุดลง เขาแบกองค์หญิงน้อยที่ร้องไห้จนงามสะคราญมีน้ำตาอาบแก้ม ก้าวเข้าไปในห้องชั้นในทีละก้าว
แสงเทียนในห้องชั้นในสลัวเหลืองนวล ชายหนุ่มไม่พูดไม่จา วางนางลงบนเตียงกว้างใหญ่
อาภรณ์สีดำบนกายทำให้เขาดูขรึมขึ้นมาก เครื่องหน้าหล่อเหลางดงามยิ่ง
ดวงตาลึกล้ำคู่หนึ่งจับจ้ององค์หญิงที่นั่งอยู่ริมเตียง ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ ก่อนเขาจะเอ่ยว่า
“เมื่อคืนอาอู้ทำของตกไว้ที่นี่...”
ชั่วพริบตาต่อมา นางเห็นเขาหยิบเสื้อชั้นในสีแดงชาดชิ้นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ... ใบหน้าพลันแดงก่ำ
“ข้าจะไปทูลเสด็จพ่อว่าเจ้ารังแกข้า!”
นางพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ดวงตาแดงเรื่อ หยาดน้ำตาใสพร่างพราวเกาะอยู่บนแก้มขาวผ่อง
จากนั้นนางก็ลุกขึ้นทั้งใบหน้าแดงก่ำ คว้าเสื้อเอี๊ยมที่อยู่ในมือเขามา
ด้วยความรู้สึกผิด นางรีบขยำของชิ้นนั้นเป็นก้อนแล้วซ่อนไว้ใต้ผ้าห่ม
