*
หลังเว่ยฉงอวี๋จากไป อาจารย์ก็เดินเข้ามาในห้องเรียนอย่างรวดเร็ว หนวดเคราของเขาขาวโพลน ดูเป็นผู้เปี่ยมความรู้
แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเตาอุ่นในห้องเรียนให้ความอบอุ่นเสียจนชวนง่วงหรือไม่ หยุนอู้ยังคงหาวหวอด โดยเฉพาะตอนอาจารย์เริ่มอ่านตำรา ฟังดูราวกับกำลังสวดมนต์
หยุนอู้จึงได้แต่ยกหนังสือขึ้นบังตัวเอง แสร้งทำเป็นตั้งใจเรียน ทว่าศีรษะเล็ก ๆ แทบจะทิ่มลงไปบนโต๊ะอยู่แล้ว
ส่วนเซี่ยหรงจิ่งที่นั่งอยู่ข้างนางกลับผ่อนลมหายใจให้เบาและช้าลง ดวงตาคู่งามทอดมองก้อนหิมะน้อย ๆ ที่กำลังยกหนังสือบังใบหน้า ง่วงงุนจนแทบจะหลับ
คุณหนูของเขาช่างน่ารักเหลือเกิน ตอนด่าเขาก็น่ารัก ตอนโกรธก็น่ารัก แม้แต่ตอนงีบหลับยังน่ารัก
“คุณหนู...”
หยุนอู้ได้ยินเซี่ยหรงจิ่งเรียกนาง เดิมทีนางตั้งใจจะให้เขาช่วยจับตาดูอาจารย์ คอยเตือนนางเป็นระยะ แต่กลับได้ยินเขาลดเสียงลงเอ่ยว่า
“คุณหนู ท่านถือหนังสือกลับหัวอยู่ขอรับ”
หยุนอู้รีบยืดหลังตรง พลิกหนังสือในมือกลับด้านอย่างรวดเร็ว ก่อนเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์ผมขาวอย่างรู้สึกผิด
สายตาของนางประสานเข้ากับอาจารย์พอดี ในห้องเรียนนี้รวมอาจารย์กับเซี่ยหรงจิ่งแล้วก็มีเพียงห้าคน นางงีบหลับจะไม่ถูกจับได้ได้อย่างไร ยิ่งเมื่อครู่ยังถือหนังสือกลับหัวอีก...
“แค่ก ๆ...”
อาจารย์กำหมัดกระแอมสองครั้งแล้วเดินเข้ามา ไม้เรียวยาวในมือเคาะลงบนโต๊ะตรงหน้าหยุนอู้เบา ๆ
“คุณหนูหยุนอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนเมื่อคืนจนดึก วันนี้ถึงได้ง่วงใช่หรือไม่”
เว่ยจินเหยาที่นั่งอยู่ทางซ้ายหลุดหัวเราะพรืด หนังสือก็อ่านต่อไม่ลงเสียแล้ว นางมองไปทางหยุนอู้อย่างสนอกสนใจ
