*
หยุนอู้รู้สึกว่าสามีรูปงามที่นางเก็บตกมาได้เริ่มเรียนรู้เรื่องไม่ดีเสียแล้ว
เห็น ๆ อยู่ว่าตอนเว่ยหวยเพิ่งฟื้นขึ้นมา เขายังเป็นคนซื่อบื้อที่ไม่รู้อะไรเลย แถมยังพูดน้อย
จนถึงตอนนี้ แม้จะยังไม่ค่อยชอบพูด แต่ก็ดีกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว
แต่เขา... เมื่อครู่เขาคิดจะจูบนางจริง ๆ หรือ?!
หยุนอู้กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนถามอย่างติดขัดว่า
“เจ้า... เมื่อครู่เหตุใดถึงคิดจะ... ทำเช่นนั้น?”
ภายในลานพลันเงียบกริบ หยุนอู้กับเว่ยหวยจ้องตากันตาไม่กะพริบ
บุรุษรูปงามร่างสูงใหญ่ในชุดผ้าป่านหยาบเพียงเม้มริมฝีปากบาง ไม่ยอมพูดอะไร
เว่ยหวยมองดวงตากลมโตสดใสของหยุนอู้ ก่อนจะเม้มริมฝีปากแล้วตอบเสียงขรึมว่า
“หิวแล้ว อยากกินข้าว”
หลังเว่ยหวยฟื้นขึ้นมาเพราะความจำเสื่อม เขาก็ทำอะไรเชื่องช้าไปหมด ทำได้แค่งานใช้แรง ส่วนอาหารก็เป็นหยุนอู้ที่ทำให้
หยุนอู้เบิกตากว้าง เจ้าคนซื่อบื้อนี่เรียนรู้ที่จะเลี่ยงไม่ตอบแล้วหรือ?
นางเท้าเอวทันที คิ้วเรียวขมวดมุ่น ก่อนจะเชิดหน้ามองเว่ยหวยอย่างขุ่นเคืองแล้วกล่าวว่า
“ดีนักนะเว่ยหวย ถึงกับปิดบังข้าไม่ยอมบอก ก่อนหน้านี้ข้าสอนเจ้าไว้อย่างไร?”
ดวงตากระจ่างงดงามของเว่ยหวยมองเด็กสาวตรงหน้าที่กำลังโมโห แก้มขาวผ่องของนางแต้มสีชมพูจาง ๆ ดวงตากลมโตถลึงมองเขาอย่างขุ่นเคือง
นางคิดว่าทำหน้าดุเช่นนี้แล้วจะขู่คนให้กลัวได้ แต่ไม่รู้เลยว่าเว่ยหวยยืนเม้มปากแน่นอยู่กับที่พลางมองนาง ในใจกลับคิดว่า—
