*
ดวงตาสีดำสนิทของลู่หวังจับจ้องหยุนอู้ไม่วาง ฝ่ามือมีความเจ็บแปลบแผ่วเบาแล่นมาเป็นระยะ แต่เขากลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย
บางทีคำพูดตรงไปตรงมาของลู่หวังอาจทำให้หยุนอู้ตกใจ นางจึงยืนนิ่งงันอยู่กับที่ไปชั่วขณะ
“เจ้า... เจ้าพูดอะ... อื้อ...”
คำพูดที่หยุนอู้เอ่ยอย่างเหม่อลอยยังไม่ทันจบ ริมฝีปากบางเย็นเฉียบก็เข้ามาปิดกั้นไว้
ลมหายใจถูกช่วงชิงไป หยุนอู้รู้สึกมึนงงจนโลกหมุนคว้างขึ้นมาอย่างฉับพลัน ที่แท้ลู่หวังอุ้มนางขึ้นมาแล้ว
ฝีเท้าของเขามั่นคง ก้าวยาว ๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนจะวางหยุนอู้ให้นั่งลงบนโต๊ะที่ก่อด้วยหินเคลือบ
เมื่อสัมผัสได้ว่าตนกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะเย็นเยียบ ไหล่ของหยุนอู้ก็สั่นไหว นางผลักไหล่ลู่หวังเบา ๆ อยากจะหนีไป
ทว่าชายหนุ่มกลับกดท้ายทอยนางไว้ทันที กลิ่นหอมเย็นจากกายเขาพลันกรุ่นเข้ามาใกล้
หยุนอู้รู้สึกมึนหัวราวกับดื่มสุรา ผ่านไปเนิ่นนาน ลู่หวังจึงยอมปล่อยมือที่กดท้ายทอยนางไว้
คราวนี้หยุนอู้ถึงได้สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไป ลู่หวังวางมือทั้งสองข้างบนโต๊ะข้างกายนาง คล้ายขังร่างบอบบางไว้ในอาณาเขตของตน
ดวงตาของเขาดำสนิทลึกล้ำ จ้องหยุนอู้อย่างไม่กะพริบ
แก้มขาวผ่องของนางแดงระเรื่อ ดวงตากลมใสฉ่ำวาวพร่ามัว ริมฝีปากสีชมพูชุ่มฉ่ำ
“อย่ามองข้าเช่นนี้เลย อาอู้...”
