*
“จะ...จะทำแบบนั้นได้อย่างไรกันเจ้าคะ? ไม่ได้หรอก!”
หยุนอู้รีบเอ่ย ใบหน้าขาวผ่องเนียนใสพลันแดงระเรื่อ
ถึงนางจะหลอกเขาว่าทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน แต่ก็รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องโกหก เพราะเขินอาย นางจึงแยกห้องนอนกับเว่ยหวย
แล้วตอนนี้เขายังมาหาถึงที่อีกหรือ?!
ห้องนั้นมีพื้นที่ไม่มากอยู่แล้ว พอเว่ยหวยร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามา ทางให้เดินก็ยิ่งดูแคบลงไปอีก
พอเข้าประตูก็เห็นโต๊ะไม้ตัวหนึ่งกับเก้าอี้ไม้สองสามตัว ถัดไปด้านหลังกำแพงม่านคือเตียงนอน
“บ้านเราก็แยกห้องนอนกันทั้งนั้น พรุ่งนี้ท่านยังต้องไปทำงานในนาไม่ใช่หรือ กลับไปพักผ่อนแต่เนิ่น ๆ เถิด...”
หยุนอู้หาเหตุผลส่งเขากลับไปอย่างขอไปที ทว่าเขากลับนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้าน
ทั้งสองสบตากัน ต่างฝ่ายต่างเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนชายหนุ่มรูปงามผู้มีใบหน้าหล่อเหลาได้รูปจะขมวดคิ้วน้อย ๆ แล้วเอ่ยว่า
“ฮูหยินหลอกข้า”
หัวใจหยุนอู้กระตุกวูบ ไหล่บอบบางหดลงเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิด ดวงตากะพริบถี่ขึ้นกว่าเดิม
หรือเว่ยหวยจะนึกอะไรออกแล้ว รู้ว่านางหลอกเขา?
“ขะ...ข้า ข้าหลอกอะไรท่าน!”
หยุนอู้เท้าเอว เชิดคางขึ้นอย่างมั่นใจแล้วเอ่ยเสียงดังขึ้นเพราะใจไม่ดี
ดวงตาดำสนิทคู่นั้นของเว่ยหวยจ้องนางเขม็ง จนนางเริ่มกระวนกระวายใจ
แล้วนางก็เห็นสามีที่ได้มาอย่างไม่คาดฝันทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจ เอ่ยเสียงหม่นหมองว่า
“คนอื่นเขาอยู่ด้วยกัน เหตุใดฮูหยินจึงแยกห้องกับข้า ฮูหยินหลอกข้า”
