*
“เหตุใดเจ้าสำนักถึงมาที่นี่...”
หยุนอู้พึมพำกับตัวเอง ลั่วจิ่งฉือก็ลุกขึ้นนั่งทันที นางจึงจำใจวางขนมลงชั่วคราว ก่อนลุกขึ้นยืนอย่างอ้อยอิ่ง
“อาจารย์จะออกไปพบเจ้าสำนักสักครู่ เจ้ารออยู่ที่นี่”
“ศิษย์ไปกับอาจารย์ด้วย...”
น้ำเสียงของลั่วจิ่งฉืออ่อนลงเล็กน้อย หยุนอู้เพิ่งสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเขาซีดลงอีกแล้ว คิ้วตาคมเข้มที่งดงามเผยความเปราะบางออกมา
ดูเหมือนพิษเหมันต์กำเริบแล้วยังไม่ทุเลา พอห่างจากนาง พิษก็กลับมากำเริบอีกครั้ง
“อาจารย์จับมือศิษย์ไว้ได้หรือไม่?”
เขาถามเสียงทุ้ม ใบหน้าซีดเซียวเปราะบางเจือแววคาดหวัง ดวงตาสีอำพันงดงามชุ่มฉ่ำทอดมองหยุนอู้
หยุนอู้คำนึงถึงพิษเหมันต์ในร่างเขา หากไม่สัมผัสตัวเพื่อถ่ายทอดพลังวิญญาณให้ เกรงว่าเขาคงถูกพิษกำเริบจนสิ้นใจ
หยุนอู้ไม่คิดนาน รีบยื่นมือไปจับมือลั่วจิ่งฉือ แล้วจูงเขาออกไปโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
ตอนหันหลังกลับ นางไม่ทันสังเกตว่าดวงตาของศิษย์ตัวน้อยน่าสงสารผู้มีพิษเหมันต์ในร่างหม่นลงเล็กน้อย
ลั่วจิ่งฉือก้มตามองมือทั้งสองที่กุมกัน ใบหน้าซีดขาวเผยรอยยิ้มจาง ๆ คล้ายมีคล้ายไม่มี
สืออวี้ยืนหันหลังอยู่บนทางเดินกรวดในลาน มือไพล่หลัง เมื่อสัมผัสได้ว่ามีเสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้จากด้านหลัง เขาจึงหันกลับไป
“เจ้าสำนักมาที่ดยอดเขากุยซวีของข้ายามดึกดื่นด้วยธุระอันใด?”
เสียงคุ้นเคยดังขึ้น สืออวี้หันมาก็เห็นหยุนอู้ เขากำลังจะเอ่ยบางอย่าง แต่พลันเหลือบเห็นลั่วจิ่งฉือที่เดินตามหลังนางมา รวมถึงมือข้างที่นางจับมือเขาอยู่
