*
หยุนอู้หันไปมอง ก็เห็นลู่กุยหยวนกับต้วนเหิงมายืนอยู่ตรงประตูเรือนตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ ดูเหมือนวันนี้นางจะลืมวางม่านพลังกั้นไว้
ยิ่งก่อนหน้านี้หยุนอู้กำลังฝึกกระบี่กับลั่วจิ่งฉือ จึงไม่ทันสังเกตว่าพวกเขาขึ้นมายังยอดเขากุยซวีแล้ว
ภายในเรือนเงียบสงัด หยุนอู้ยังคงถูกลั่วจิ่งฉือกดล้มอยู่บนพื้น ส่วนลู่กุยหยวนทางนั้นกลับร้องโวยวายขึ้นมา
สีหน้าของต้วนเหิงดีกว่าเขามาก แต่ก็ไม่ได้สงบนิ่งนัก พัดในมือที่กำลังโบกอยู่พลันหยุดชะงัก
“เจ้ากำลังทำอะไรอยู่?! ปล่อยเซียนจุนเดี๋ยวนี้!”
ลู่กุยหยวนตวาดกร้าว ก่อนจะทะยานเข้ามาพร้อมยกฝ่ามือซัดใส่ลั่วจิ่งฉือ
ฝ่ามือนั้นแฝงพลังเวทโจมตีเอาไว้ หากเป็นปุถุชนทั่วไปคงถูกซัดกระเด็นไปไกลแล้ว
ทว่าลั่วจิ่งฉือกลับหลบฉากได้อย่างว่องไว แถมยังโอบเอวหยุนอู้แล้วพยุงนางขึ้นจากพื้น
แววตาดำลึกราวรัตติกาลของลั่วจิ่งฉือเผยสีหน้าออกมาเพียงน้อยนิด เขาค่อย ๆ คลายมือที่โอบเอวหยุนอู้ออกอย่างอาลัยอาวรณ์
ใบหน้าหล่อเหลาเปี่ยมความองอาจของเขาฉายแววเป็นห่วง มือจับต้นแขนหยุนอู้อย่างร้อนใจ
“อาจารย์ ร่างกายเจ็บตรงไหนหรือไม่?”
“เซียนจุนไม่ใช่ปุถุชนเสียหน่อย ยังไม่รีบเอากรงเล็บสุนัขของเจ้าออกไปอีก!”
ลู่กุยหยวนกล่าวอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เมื่อครู่เขาซัดพลาด จึงพลิกตัวกระโดดไปยืนมั่นคงบนขั้นหินไม่ไกลนัก
เมื่อเห็นลั่วจิ่งฉือไม่สนใจคำพูดของตนแม้แต่น้อย ยังคงห่วงใยหยุนอู้อยู่ข้าง ๆ ลู่กุยหยวนก็ยิ่งกัดฟันกรอด
ต้วนเหิงไม่รู้ว่ามายืนข้างลู่กุยหยวนตั้งแต่เมื่อไร พัดในมือพับเก็บเรียบร้อยแล้ว
