*
“เซียนจุน ศิษย์เลื่อมใสเซียนจุน หากได้อยู่เคียงข้างเซียนจุนไปนาน ๆ... ศิษย์ย่อมไม่ด้อยกว่าเขาแน่นอน...”
ลู่กุยหยวนหน้าแดงก่ำ เอ่ยอย่างร้อนรน พลางมองใบหน้าหล่อเหลาของลั่วจิ่งฉือแล้วแค่นเสียงฮึดฮัด
เขาคิดว่าเจ้าหนุ่มนั่นก็แค่อายุน้อยกว่าเขา รูปโฉมหล่อเหลากว่าเล็กน้อย แต่หากพูดถึงพรสวรรค์ เขาต่างหากที่มาก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น ลู่กุยหยวนยังคิดว่าตนฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งทุกวัน ต่อให้ลั่วจิ่งฉือจะอายุน้อยกว่าและงดงามกว่าเขา...
แต่...แต่ถ้าพูดถึงพละกำลัง เขาย่อมไม่เป็นรองแน่!
ต้วนเหิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับไม่พูดอะไร เขาโบกพัดพลางมองลู่กุยหยวนราวกับมองคนโง่
เขารู้อยู่แล้วว่าศิษย์พี่รองหัวทึบผู้นี้ต้องคิดเพ้อเจ้อไปอีกแล้ว น่าอับอายจริง ๆ...
ขณะที่หยุนอู้กำลังฟังจนงุนงง จู่ ๆ ก็มีคนจิ้มหลังมือของนางสองครั้ง
นางเงยหน้าขึ้นมอง แล้วก็สบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาของลั่วจิ่งฉือที่ซีดเซียวลงเล็กน้อย
“อาจารย์...”
เสียงของเขาทุ้มต่ำและแผ่วเบาลงกว่าเดิม ริมฝีปากบางเม้มแน่น ดวงตาฉ่ำน้ำมองหยุนอู้
จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกมาจับมือของหยุนอู้ไว้ทันที หยุนอู้คิดว่าพิษเหมันต์ของเขาคงกำเริบอีกแล้ว จึงไม่ได้ขัดขืน
ภาพนั้นทำให้ลู่กุยหยวนยิ่งร้อนใจ ไม่ว่าต้วนเหิงที่อยู่ข้าง ๆ จะดึงเขาอย่างไรก็ฟังไม่เข้าหู เอาแต่พูดอย่างกระวนกระวายว่า
“สิ่งที่ลั่วจิ่งฉือทำได้ ศิษย์ก็ทำได้เหมือนกัน เซียนจุนรับศิษย์ไว้คอยปรนนิบัติท่านเถิด...”
