*
แสงอรุณสว่างจ้าแล้ว ฉีอวี้จึงค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นบนเตียง ทว่าคนในอ้อมแขนกลับหายไปแล้ว
ฉีอวี้ลุกขึ้นนั่ง ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแข็งแรง บนแผงอกยังมีรอยเล็บข่วนอยู่สองสามรอย
เฉาเฉวียนรีบร้อนเดินเข้ามา เขาก้มหน้าและยืนค้อมตัวอยู่ใต้ขั้นบันได
“ฝ่าบาท ฮูหยินจวนซ่างซูกลับไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“หนีเก่งเสียจริง...”
ฉีอวี้ยิ้มบาง ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า ในดวงตาลึกล้ำมีแววขบขันอยู่เล็กน้อย
“เตรียมรถม้า อีกเดี๋ยวเราจะกลับวัง”
“กระหม่อมรับพระบัญชา”
เฉาเฉวียนกล่าวจบก็โค้งหลังเดินถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ภายในห้องกว้างใหญ่จึงเหลือเพียงฉีอวี้คนเดียว
เขาหยิบเสื้อผ้าที่นางทิ้งไว้จากกองผ้าห่มยับย่น
เสื้อผ้าสีชมพูอ่อน ปักลายดอกไห่ถัง
ฉีอวี้อดนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้ ใต้แสงจันทร์พร่าเลือน คนผู้นั้นมีคราบน้ำตาตรงหางตา ดูน่าสงสารและไร้หนทาง
แววโหดเหี้ยมประหนึ่งกระหายเลือดวาบผ่านดวงตาเขา ทุกครั้งที่ใจหวั่นไหวก็ยากจะควบคุมตนเอง
“อาอู้ของเรา...”
ฉีอวี้ซุกใบหน้าหล่อเหลาไว้กับเสื้อผ้าสีชมพูอ่อนทั้งผืน
“อาอู้ อาอู้...”
ฉีอวี้พึมพำราวกับคนเสียสติ แม้เมื่อคืนจะสมใจปรารถนาแล้ว แต่เขาก็ยังไม่รู้สึกพอ
ทำอย่างไรดี? ยังคิดถึงอาอู้เหลือเกิน...
*
หยุนอู้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ก่อนจะนั่งรถม้ากลับมาทางประตูหลังของจวนซ่างซู
จือชิวที่รออยู่ตรงประตูหลังมานาน ในที่สุดก็ได้พบหยุนอู้
หยุนอู้กระชับเสื้อคลุมตัวใหญ่ที่ห่อหุ้มร่างไว้แน่น เหลือเพียงใบหน้าเล็กที่ขาวผ่องให้เห็น ทว่ามองทรงผมก็พอจะรู้ว่านางเกล้ามันใหม่แล้ว
