วันรุ่งขึ้น หลินหน่วนตื่นขึ้นตอนฟ้าสาง
แม้โลกสัตว์ยุคบรรพกาลจะไม่มีนาฬิกาปลุก แต่ในหัวของหลินหน่วนยังมีนาฬิกาชีวิตที่ตรงเป๊ะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่ชาติที่แล้วตอนเธอเป็นสัตวแพทย์
เธอยืดตัวในร่างสัตว์อย่างเกียจคร้านอีกครั้ง ก่อนจะเกือบโดนอุ้งเท้าแมวของตัวเองทำให้ใจละลาย
อุ้งเท้าเล็ก ๆ หดงอแล้วกางออก เผยให้เห็นเล็บแหลมเล็กทั้งห้า
น่า-รัก-สุด ๆ!
หลินหน่วนครุ่นคิดอยู่ในใจถึงความเป็นไปได้ที่จะลูบขนตัวเอง แล้วก็หลุดหัวเราะพรืดออกมาเมื่อจินตนาการของตัวเองชวนขำ
ไม่เป็นไรหรอก ถ้าไม่ได้จริง ๆ เธอก็ไปลูบร่างสัตว์ของเพศเมียแมวเซอร์วัลตัวอื่นได้
อ้อ เกือบลืมไป เพศเมียแมวเซอร์วัลตัวอื่นเกลียดเธอหมดนี่นา
ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแอบไปลูบลูกแมวเซอร์วัลในเผ่าเท่านั้น อย่างไรเสียพวกลูกสัตว์ก็ไร้เดียงสา ไม่รู้เรื่อง “ชื่อเสีย” ในอดีตของเธออยู่แล้ว
พอคิดได้เช่นนี้ หลินหน่วนก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที รู้สึกว่าชีวิตมีอะไรให้ตั้งตารอมากขึ้น
เธอคืนร่างเป็นมนุษย์ ล้างหน้าล้างตาอย่างลวก ๆ แล้วเริ่มลงมือทำงาน
เธอใช้มีดกระดูกแบ่งเนื้อสัตว์ยักษ์ที่หอบขึ้นเขามาเมื่อวานออกเป็นส่วน ๆ ครึ่งหนึ่งโยนลงหม้อหินต้มให้สุก ส่วนอีกครึ่งหั่นเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วนำไปย่างบนแผ่นหิน
กลิ่นหอมของเนื้อเริ่มลอยอบอวลไปทั่วเหนือโรงหมอผี
ภายในถ้ำหิน หงเฟ่ยซึ่งอยู่ใกล้หลินหน่วนที่สุดเป็นคนแรกที่ขยับเปลือกตา ก่อนจะลืมตาขึ้น
กลิ่นหอมอะไรอย่างนี้ มีคนกำลังทำอาหารหรือ?
เขาเพ่งมองไปยังต้นตอของกลิ่น
เวลานี้หลินหน่วนกำลังจัดการและล้างแดนดิไลออนที่เก็บมาเมื่อวาน
แดนดิไลออนเป็นทั้งยาและอาหาร เหมาะจะนำมาทำอาหารบำรุงอย่างยิ่ง ทั้งยังมีสรรพคุณช่วยขับร้อนและถอนพิษพอดี จึงเหมาะให้มนุษย์สัตว์ที่มีบาดแผลภายนอกหลายคนกินเพื่อช่วยให้ฟื้นตัว
