ทั้งสองอยู่ใกล้กันมาก เพราะอวี๋เสวียนหมิงไม่มีขาทั้งสองข้าง เขาจึงใช้มือข้างหนึ่งยันพื้น ส่วนอีกข้างโอบประคองนางไว้อย่างมั่นคง
ศีรษะของนางพิงอยู่ตรงซอกคอเขา แถมยังขยับไปมาไม่หยุด จนทำให้เขารู้สึกจั๊กจี้อยู่บ้าง
มือน้อย ๆ ของนางผลักแขนกำยำของเขาเบา ๆ แรงนั้นแทนที่จะเป็นการผลักไส กลับคล้ายผลักไสอย่างมีใจเสียมากกว่า
กลิ่นอายอบอุ่นของเพศเมีย ผสานกับกลิ่นยาจาง ๆ จากกายของนางและกลิ่นสุราในยามนี้ ชวนให้ลุ่มหลง ทั้งยังแทรกซึมเข้าสู่จมูกเขาทีละน้อย
ประสาทรับกลิ่นของเขาไวเกินไป
แทบจะในพริบตา ร่างกายก็ชิงตอบสนองไปก่อนแล้ว
หัวใจเต้นแรงราวกับจะกระเด็นออกจากอก คลื่นความร้อนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนไหลบ่าท่วมร่าง ภายใต้ฤทธิ์สุรา มันแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูและเข้าครอบงำสติของเขา
ริมฝีปากของนางชุ่มฉ่ำไปด้วยสุรา อยู่ตรงหน้าเขานี่เอง เพียงก้มหน้าลงก็จะ…
อวี๋เสวียนหมิงขยับเข้าใกล้ริมฝีปากของนางโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจของทั้งคู่พันเกี่ยวกัน ใกล้จะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ
วินาทีถัดมา ความเจ็บหลอนจากบาดแผลพลันแล่นขึ้นมา ดวงตาพยัคฆ์ที่กำลังเคลิบเคลิ้มของเขาเบิกกว้างขึ้นทันที
ความปรารถนาถอยห่างไปดุจคลื่นน้ำลด
เขาต้องฝืนอดกลั้นสุดกำลัง กว่าจะถอยออกมาได้เล็กน้อย จากนั้นจึงจัดท่าร่างของเพศเมียตัวน้อยให้ตรง แล้วเอ่ยเสียงแหบว่า “เจ้าดื่มจนเมาแล้ว ดื่มต่อไม่ได้แล้ว”
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเศร้าหมองและความชิงชังตนเอง
เขาไม่ใช่ทายาทหนุ่มเผ่าพยัคฆ์ผู้เคยกุมอำนาจเหนือทุกสิ่ง และเป็นมนุษย์สัตว์ขั้นสีแดงที่อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารอีกต่อไปแล้ว
ตอนนี้เขาไม่มีสิ่งใดมอบให้นางได้ ทั้งยังจะกลายเป็นภาระของนางอีกด้วย
ชีวิตที่เหลืออยู่ของเขามีไว้เพื่อแก้แค้นเท่านั้น
